แมวท้องเสีย
ปัจจุบันคนให้ความสนใจกับการเลี้ยงสัตว์มากขึ้นรวมถึงแมว ทำให้ประเด็นเรื่องสุขภาพและอาการเจ็บป่วยของแมวเป็นสิ่งสำคัญที่มิอาจละเลยได้ สาเหตุที่ทำให้แมวเจ็บป่วยประกอบด้วยหลายสาเหตุ โดยกลุ่มอาการทางคลินิกที่พบได้บ่อยในโรงพยาบาลสัตว์ ได้แก่ อุบัติเหตุ ระบบทางเดินหายใจ และระบบทางเดินอาหาร ซึ่งปัญหาท้องเสียที่เกี่ยวข้องกับระบบทางเดินอาหารเป็นหนึ่งในปัญหาที่พบได้มากที่สุดในแมวบ้านรองจากปัญหาระบบทางเดินหายใจ ปัญหานี้ได้ส่งผลกระทบต่อทั้งตัวสัตว์และผู้เลี้ยงมากพอสมควร โดยสาเหตุที่นำไปสู่อาการท้องเสียในแมว ได้แก่ เชื้อไวรัส แบคทีเรีย ปรสิต อาหาร และการได้รับสารพิษ
ท้องเสีย (Diarrhea) คือ อาการที่แมวถ่ายมูลเป็นลักษณะเหลว เป็นน้ำ หรือเป็นมูก ไม่สามารถคงรูปร่างเมื่อตัก (Andersen et al., 2018) ซึ่งในบางกรณีอาจมีเลือดปน เป็นระยะเวลาต่อเนื่องและถี่ โดยองค์การอนามัยโลก หรือ World Health Organization; WHO (2017) รายงานนิยามอาการท้องเสียไว้ว่า “Diarrhea is defined as the passage of three or more loose or liquid stools per day or more frequent passage than is normal for the individual.” กล่าวคือ อาการท้องเสียระบุได้จากลักษณะของมูลและความถี่ของการขับถ่ายโดยเฉลี่ยมากกว่า 3 ครั้งต่อวัน โดยเป็นลักษณะมูลที่อยู่ในช่วง fecal score 6-7 จาก 7-point scoring system โดย 1 คือลักษณะมูลที่แห้งและแข็งมาก และ 7 คือลักษณะมูลที่เหลวเป็นน้ำ (Ramadan et al., 2014)
ปัจจัยโน้มนำที่ทำให้แมวมีอาการท้องเสีย
เมื่อพิจารณาจากประวัติการรักษาประกอบกับกรณีศึกษาในแมวที่มีอาการท้องเสีย ปัจจัยโน้มนำที่มีส่วนก่อให้เกิดอาการท้องเสียในแมวได้แก่ สภาพแวดล้อม และการเลี้ยงดูเอาใจใส่แมว จากรายงานแมวที่มีอาการท้องเสียโดยส่วนใหญ่พบว่าเป็นแมวที่อยู่ในสภาพแวดล้อมที่แออัด อยู่ร่วมกับแมวหลายตัว (Marks, 2020b) ซึ่งนำไปสู่ความเครียด สุขอนามัยที่ไม่เหมาะสม และระดับภูมิคุ้มกันตก เหล่านี้เปิดโอกาสให้การปนเปื้อน ติดเชื้อ และสาเหตุของการท้องเสียในแมวสามารถแทรกเข้ามาได้อย่างง่ายดาย ดังนั้น สิ่งที่ผู้เลี้ยงแมวควรทราบเพื่อนำไปสู่การดูแลรักษาแมวได้อย่างถูกต้อง ตรงเป้าหมาย และมีประสิทธิภาพมากขึ้นคือ การทราบสาเหตุของการท้องเสีย
ท้องเสียประเภทติดเชื้อ (INFECTIOUS DIARRHEA)
องค์การอนามัยโลก (2017) รายงานนิยามไว้ว่า “It is usually a symptom of gastrointestinal infection, which can be caused by a variety of bacterial, viral and parasitic organisms. Infection is spread through contaminated food or drinking-water, or from person to person as a result of poor hygiene.” กล่าวคือ ท้องเสียประเภทติดเชื้อในแมวมีสาเหตุมาจากการที่แมวได้รับเชื้อที่มีคุณสมบัติแพร่กระจายได้และสามารถติดต่อสู่จากแมวสู่แมวอีกตัวได้ ซึ่งได้แก่ เชื้อไวรัส แบคทีเรีย และปรสิต
ไวรัส
1) ไวรัส Feline Panleukopenia Virus; FPV คือ ไวรัสที่ก่อให้เกิดโรคไข้หัดแมว หรือโรคลำไส้อักเสบในแมว
2) ไวรัสโคโรนาแมว Feline coronavirus; FCoV คือ ไวรัสที่ก่อให้เกิดโรคเยื่อบุช่องท้องอักเสบติดต่อในแมว (Feline Infectious Peritonitis; FIP) ซึ่งการติดเชื้อไวรัสโคโรนาแมวที่ส่วนลำไส้นำไปสู่โรคทางเดินอาหารและการติดเชื้ออักเสบอื่น ๆ ตามมา
แบคทีเรีย
แบคทีเรียที่ส่งผลต่ออาการท้องเสียในแมวที่สำคัญ ได้แก่ แบคทีเรียกลุ่ม Clostridium ในลำไส้แมว ได้แก่ Clostridium perfringens และ Clostridium difficile ซึ่งส่วนมากพบในอาหารกระป๋อง หรือสิ่งเน่าเสีย
C. perfringens และ C. difficile ก่อให้เกิดอาการท้องเสียเฉียบพลันเป็นระยะเวลาประมาณ 5-7 วัน อย่างไรก็ตามสามารถเกิดกรณีที่เรื้อรังได้เช่นกัน ซึ่งในแมวมีลักษณะอาการท้องเสียเป็นระยะต่อเนื่องทุก ๆ 4-6 สัปดาห์ (Marks, 2020a)
ปรสิต
1) โปรโตซัว
Giardia spp. เป็นเชื้อโปรโตซัวที่ก่อให้เกิดโรคบิด ปัจจัยโน้มนำของโรคบิดในแมวส่วนใหญ่มาจากการที่แมวสัมผัสแหล่งน้ำที่ปนเปื้อนสิ่งปฏิกูล มูลของสัตว์ที่ติดเชื้อ หรือท่อน้ำทิ้งของมนุษย์ รวมถึงปัจจัยด้านอายุของแมว (Bouzid et al., 2015) โดยผ่านการรับเชื้อเข้าทางปาก (Gruffydd-Jones et al., 2013)
Tritrichomonas foetus เป็นเชื้อโปรโตซัวที่ก่อให้เกิดโรคทริโคโมโนซิส โดยก่อให้เกิดความผิดปกติในบริเวณส่วนลำไส้ใหญ่ของแมว เชื้อ T. foetus ส่วนใหญ่ติดต่อผ่านการสัมผัสมูลของแมวที่มีเชื้อหรือได้รับเชื้อจากการปนเปื้อนของอาหารและน้ำและรับเชื้อเข้าทางปากโดยตรง มักพบควบคู่กับเชื้อ Giardia spp. (จิตรบรรจง ทุมพงษ์, 2018)
2) พยาธิ
พยาธิตัวตืด เป็นพยาธิชนิดหนึ่งในกลุ่มพยาธิตัวแบนที่พบได้บ่อยที่สุด เข้าสู่ร่างกายแมวจากการที่แมวกินปรสิตภายนอก เช่น หมัด หรือสัตว์ที่มีไข่ของพยาธิชนิดนี้เข้าไป(Labuschagne et al., 2018)
พยาธิตัวกลม
- พยาธิไส้เดือน (Ascarids; Toxocara cati) เป็นพยาธิตัวกลมชนิดที่พบได้บ่อยโดยเฉพาะในลูกแมว โดยเฉลี่ยคิดเป็น 1.5-10% จากการติดเชื้อปรสิตทั้งหมด (Zanzani et al., 2014)
- พยาธิปากขอ (Hookworms; Ancylostoma tubaeforme A. braziliense และ Uncinaria stenocephala) เป็นพยาธิที่อาศัยการเกาะและดูดเลือดโฮสต์บริเวณเยื่อเมือกลำไส้เล็กของสัตว์ (Stanley L. Marks and Michael D. Willard, 2018) เข้าสู่ร่างกายผ่านการกินเข้าทางปากหรือไชผ่านผิวหนังเข้าสู่ร่างกาย
- พยาธิแส้ม้า (Whipworm; Trichuris vulpis) เป็นพยาธิที่อาศัยการเกาะและดูดเลือดโฮสต์บริเวณลำไส้ใหญ่ส่วน caecum และ colon ลักษณะอาการได้แก่ ท้องเสียเรื้อรัง ภาวะโลหิตจาง โปรตีนในเลือดต่ำ ร่วมกับอาการซึม อ่อนเพลีย ขนหยาบ หากพยาธิมีจำนวนมากอาจก่อให้เกิดลำไส้อักเสบอย่างรุนแรงร่วมด้วย
ท้องเสียประเภทไม่ติดเชื้อ (NON-INFECTIOUS DIARRHEA)
กรมควบคุมโรคติดต่อ New Hampshire Department of Health and Human Services (2018) รายงานนิยามไว้ว่า “Non-infectious Diarrhea can be caused by toxins (e.g., certain types of food poisoning), chronic diseases, or antibiotics. Non-infectious diarrhea does not spread from person-to-person.” กล่าวคือ ท้องเสียประเภทไม่ติดเชื้อในแมวเป็นลักษณะอาการที่ไม่สามารถแพร่กระจายหรือติดต่อจากแมวสู่แมวตัวอื่น ๆ ได้
อาหาร
ปัญหาทางโภชนาการเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญที่ก่อให้เกิดอาการท้องเสียในแมว โดยเฉพาะในแมวที่มีปัญหาระบบทางเดินอาหาร การจัดสรรโภชนาการที่เหมาะสมจึงเป็นสิ่งสำคัญเพื่อป้องกันไม่ให้แมวเกิดอาการท้องเสีย หลักโภชนาการยังส่งผลโดยตรงต่อความสมดุลของจุลินทรีย์หรือแบคทีเรียที่มีประโยชน์ในระบบทางเดินอาหารของแมว (Gastrointestinal microbiota; GI) ซึ่งบทบาทของ GI ยกตัวอย่างเช่น ช่วยในการย่อย ดูดซึมสารอาหาร การขับถ่าย และสังเคราะห์พรีไบโอติกส์ เป็นต้น (Garcia-Mazcorro & Minamoto, 2013) ซึ่งเมื่อ GI อยู่ในภาวะสมดุลส่งผลดีต่อระบบทางเดินอาหารและส่งเสริมสุขภาพของแมวโดยรวม อย่างไรก็ตามเมื่อ GI เกิดเสียสมดุลจากโภชนาการที่เปลี่ยนแปลงหรือการได้รับยาปฏิชีวนะส่งผลให้แมวท้องเสีย ภาวะความไม่สมดุลของแบคทีเรียในระบบทางเดินอาหาร (dysbiosis) ส่งผลให้เกิดความปกติ เช่น แบคทีเรียในลำไส้ใหญ่ลดลง ทำให้ร่างกายไม่สามารถย่อยสลายเกลือน้ำดี (bile salt) เกิดการหลั่ง colonic fluid ทำให้เกิดอาการท้องเสีย แบคทีเรียชนิดย่อย non-absorbable carbohydrate ลดลง ทำให้ไม่สามารถดูดซึมสารอาหารดังกล่าวทำให้เกิดอาการท้องเสีย เป็นต้น สาเหตุอาการท้องเสียในแมวที่เกี่ยวข้องกับอาหารสามารถแบ่งออกเป็น 2 สาเหตุ ได้แก่ การเปลี่ยนอาหาร และการแพ้อาหาร
สารพิษ
การที่แมวได้รับสารพิษเข้าสู่ร่างกายสามารถเกิดได้จากจากหลายสาเหตุทั้งทางตรงและทางอ้อมผ่านจากซึมผ่านผิวหนัง การสูดดม หรือกินเข้าไป ไม่ว่าจะเป็น น้ำยาหรือสารเคมีที่ใช้ในบ้าน พืชบางชนิด สัตว์มีพิษ ยาฆ่าแมลง หรือแม้กระทั่งการได้รับยาเกินขนาด เป็นต้น
อาการท้องเสียในแมวมีสาเหตุจากภาวะติดเชื้อและไม่ติดเชื้อ ภาวะติดเชื้อที่ ได้แก่ เชื้อไวรัส แบคทีเรีย และปรสิต ภาวะไม่ติดเชื้อ ได้แก่ อาหาร และการได้รับสารพิษ โดยวิธีการรักษาจำเป็นต้องรักษาตามภาวะต้นเหตุ อย่างไรก็ดีจำเป็นต้องรักษาแบบประคองอาการในระหว่างการสืบหาสาเหตุ และให้ยาที่มีความสอดคล้องกับอาการท้องเสียควบคู่กันไป
ทั้งนี้ เมื่อแมวมีอาการท้องเสีย ควรนำไปพบสัตวแพทย์เพื่อวินิจฉัยอาการและสืบหาสาเหตุเพื่อทำการรักษาต่อไป
