แมวเบงกอล (Bengal cat) เป็นสายพันธุ์แมวบ้านที่มีลักษณะโดดเด่นและสวยงามด้วยโครงสร้างและลวดลายที่คล้ายกับเสือดาวและแมวป่าชนิดต่างๆ นอกจากนี้ แมวเบงกอลยังเป็นที่รู้จักกันดีด้วยลักษณะนิสัยที่กระตือรือล้น ร่าเริง ฉลาด และพลังงานสูง ประวัติแมวเบงกอล แมวเบงกอลเป็นสายพันธุ์แมวบ้านที่มีลักษณะโครงสร้าง รูปร่าง และลวดลาย ที่คล้ายคลึงกับแมวป่า เป็นสายพันธุ์ที่ถูกพัฒนาขึ้นมาโดยการผสมข้ามสายพันธุ์ระหว่างแมวบ้าน (Domestic Cat) กับแมวดาว (Asian Leopard Cat, Prionailurus bengalensis) ต้นกำเนิดและการพัฒนา เริ่มต้นในปี 1960s: – นักพันธุศาสตร์ชาวอเมริกันชื่อ Jean Mill (เดิมชื่อ Jean Sugden) เป็นผู้ที่เริ่มโครงการพัฒนาแมวเบงกอล เธอได้ผสมแมวดาวกับแมวบ้าน – จุดประสงค์ในการผสมพันธุ์นี้เริ่มจากการพยายามสร้างแมวที่มีลวดลายสวยงามเหมือนแมวป่าแต่มีนิสัยเชื่องและเป็นมิตรแบบแมวบ้าน พัฒนาสายพันธุ์ในปี 1970s – 1980s: – ในปี 1975 Dr. Willard Centerwall จากมหาวิทยาลัย Loyola ได้ทำการผสมพันธุ์แมวดาวกับแมวบ้านเพื่อการศึกษาและพบว่าแมวลูกผสมนี้มีสุขภาพดี – Jean Mill ได้รับแมวลูกผสมจาก Dr.Continue reading “แมวเบงกอล (Bengal cat) ข้อมูลสายพันธุ์ นิสัย และการเลี้ยงดู”
Category Archives: Breed information
Smoke Bengal cats
แมวเบงกอลสีสโม้ค(Smoke Bengal cat) Smoke Bengals ว่าด้วยที่มาที่ไปของแมวเบงกอลเสือดำที่ผู้คนที่พบเห็นต่างเรียกว่า Black Panther Smoke Bengal cat หรือ แมวเบงกอลสีสโม้ค เป็นสีที่เกิดจากแมวเบงกอลสีซิลเวอร์(I/i หรือ I/I) ที่มียีน non-agouti(a/a) ทำให้เกิดเป็น Silver melanistic หรือศัพท์ที่ใช้ในวงการแมวเบงกอลเรียกว่า ‘Smoke’ เนื่องจากลักษณะสีพื้นที่เป็นสีเทาเงินคล้ายสีของควัน(Silvery white undercoat) ตัดกับมาร์กกิ้งลวดลายสีดำที่จะเห็นได้ชัดเมื่อทำมุมตกกระทบกับแสง นอกจากนี้สีขนบริเวณรอบดวงตา ปาก อก ท้องของแมวเบงกอลสีสโม้คจะมีสีเทา(Smoky grey) ในขณะที่ผิวหนังบริเวณขอบตา จมูก และขอบปากเป็นสีดำ Smoke Bengals แตกต่างจาก Black Bengals ตรงที่ Smoke Bengals มีที่มาจากแมวเบงกอลสีซิลเวอร์ ส่วน Black Bengals มีที่มาจากแมวเบงกอลสีน้ำตาล โดยที่แมวเบงกอลสี Black melanistic จะมีสีพื้นเป็นสีดำสนิท(Jet black as the ground color) อ้างอิง:Continue reading “Smoke Bengal cats”
แมวเบงกอลมาเบิ้ล Marbled Bengal cats
แมวเบงกอลมาเบิ้ล(Marbled Bengal cat) ลายมาเบิ้ล (Marbled tabby)ในแมวเบงกอลเปรียบเหมือนงานศิลปะที่สร้างสรรค์โดยธรรมชาติ มีความเอกลักษณ์เฉพาะตัวเหมือนลายหินอ่อนหรืองานลาเต้อาร์ท เป็นลวดลายที่มีรูปร่างลักษณะหมุนวนแบบสุ่มทั่วลำตัวของแมว ประกอบกับโครงสร้างที่โดดเด่นของแมวเบงกอลทำให้ได้ทั้งความสวยแปลกตาแถมเท่อย่าบอกใคร ตามมาตรฐานสายพันธุ์แมวเบงกอลสากลระบุว่า ลวดลายของแมวเบงกอลถูกจำแนกออกเป็น 2 ประเภทหลัก ได้แก่ SPOTTED TABBY และ MARBLED ซึ่งเช่นเดียวกับ Spotted tabby ที่มีความหลากหลายในแง่ของขนาดวงเล็กใหญ่ ตำแหน่ง รูปร่าง และความเข้มของสีลาย Marbled เองก็มีความหลากหลายเช่นเดียวกัน ลายมาเบิ้ลในแมวเบงกอลเกิดขึ้นจากการพัฒนาสายพันธุ์แมวเบงกอลในยุคแรกๆที่มีการนำเอาแมว domestic tabby เข้ามาผสมในขั้นตอนพัฒนาสายพันธุ์ ทำให้ยีนมาเบิ้ลถูกส่งต่อมาจนถึงปัจจุบัน โดยที่ลายมาเบิ้ลคือลักษณะที่เกิดจากยีนด้อย(Recessive gene) จำเป็นต้องอาศัยคู่แอลลีลด้อยมาคู่กัน ลายมาเบิ้ลถึงจะเกิดขึ้นได้ นอกจากลักษณะลายที่สวยแปลกตาแล้ว ลาย Marble ของแมวเบงกอลยังมีพัฒนาการของลายที่ใช้เวลานานกว่าลายจะนิ่งหากเปรียบเทียบกับลาย Spotted tabby กล่าวคือลายมาเบิ้ลสามารถเปลี่ยนแปลงได้จนกระทั่งน้องแมวเบงกอลอายุ 2 ขวบเลยกว่าลายจะนิ่ง (ในแมวบางตัวอาจใช้เวลาน้อยกว่านั้น) นับเป็นอีกหนึ่งสเน่ห์ของ #ลูกแมวเบงกอล ลายมาเบิ้ล คือการที่เราได้เฝ้าดูพัฒนาการของสีขนและลวดลายของน้องที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดนั่นเอง บอกได้เลยว่าคุณพ่อคุณแม่ของเด็กๆมาเบิ้ลเตรียมตัวเซฟภาพรอดูพัฒนาการได้เลยค้าบบบFAQs คำถามที่พบบ่อย:1. พ่อมาเบิ้ล แม่มาเบิ้ล ลูกออกมาไม่ใช่มาเบิ้ลแต่เป็น Spotted tabby ได้มั้ย? =Continue reading “แมวเบงกอลมาเบิ้ล Marbled Bengal cats”
Wild look Bengal cat
แมวเบงกอล “ไวด์ลุค” คืออะไร ? “The goal of the Bengal breeding program is to create a domestic cat which has physical features distinctive to the small forest-dwelling wildcats, and with the loving, dependable temperament of the domestic cat.” -TICA TICA Tweet หากแปลเป็นภาษาไทย คร่าวๆ คือ จุดมุ่งหมายของโปรแกรมการบรีดแมวเบงกอล คือ การสร้าง “แมวบ้าน” ที่มี “รูปลักษณ์ภายนอก หรือ ลักษณะทางกายภาพที่โดดเด่นเหมือนแมวป่า” ที่มีนิสัย “น่ารักเหมือนแมวบ้าน” ลักษณะภายนอก คือ โครงสร้างหัวจรดหางContinue reading “Wild look Bengal cat”
HCM in Bengals
HCM หรือ โรคกล้ามเนื้อหัวใจหนาตัวในแมว (Hypertrophic cardiomyopathy, HCM) HCM หรือ โรคกล้ามเนื้อหัวใจหนาตัวในแมว (Hypertrophic cardiomyopathy; HCM) HCM คือ โรคหัวใจที่เกิดมาจากความผิดปกติของพันธุกรรมและถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมที่ผิดปกตินั้นจากพ่อแม่ไปสู่ลูก HCM เป็นโรคหัวใจที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม HCM เกิดได้กับแมวหลายสายพันธุ์ ไม่ได้เฉพาะแมวเบงกอล โรคหัวใจจากพันธุกรรมที่พบได้มากที่สุดในแมวคือ “โรคกล้ามเนื้อหัวใจหนา” หรือ ภาษาอังกฤษ เรียกว่า HCM; Hypertrophic Cardiomyopathy เป็นโรคหัวใจที่พบได้บ่อยที่สุดในแมวสายพันธุ์เบงกอล ซึ่งจะพบการหนาตัวของกล้ามเนื้อหัวใจโดยเฉพาะบริเวณหัวใจห้องล่างซ้าย สามารถนำไปสู่ภาวะหัวใจล้มเหลวและเสียชีวิตในแมว โรค HCM เป็นโรคที่ถ่ายทอดพันธุกรรม ดังนั้นจึงสามารถส่งผ่านลักษณะทางพันธุกรรมของโรคไปยังรุ่นลูกได้ ส่วนใหญ่แมวที่เป็นโรค HCM มักไม่แสดงอาการป่วย บางตัวอาจอยู่ได้โดยไม่แสดงอาการป่วยไปตลอดชีวิต ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดจากการเป็นโรค HCM คือ ภาวะหัวใจล้มเหลว ภาวะลิ่มเลือดอุดตัน และการตายแบบเฉียบพลัน (The REVEAL study, 2018) โดยที่ปัจจุบันมีเพียงภาวะลิ่มเลือดอุดตันเท่านั้นที่ทางการแพทย์สามารถช่วยป้องกัน ให้ยาบรรเทาอาการ หรือลดโอกาสเกิดของโรคได้ ปัจจุบันโรคกล้ามเนื้อหัวใจหนาContinue reading “HCM in Bengals”
ประวัติแมวเบงกอล
สายพันธุ์แมวเบงกอล ถือกำเนิดขึ้นเมื่อไม่กี่ทศวรรษที่ผ่านมานี่เอง แมวเบงกอลเปรียบเสมือนกับทูตไมตรีของเหล่าสัตว์ป่าทั้งหลายในวงการแมวบ้าน อันเนื่องมากจากโครงสร้างและหน้าตาที่มีความละม้ายคล้ายกับเหล่าสัตว์ตระกูลเสือและแมวป่า รวมถึงสีสันและลวดลายที่เป็นเอกลักษณ์คล้ายกับเสือนานาชนิด แมวสายพันธุ์เบงกอลถูกยอมรับในวงการแมวสากลและได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นหนึ่งในสายพันธุ์แมวบ้านครั้งแรกในปีค.ศ.1986 โดยสมาคม TICA (The International Cat Association) และในปีค.ศ.1991 เป็นปีที่เปรียบเสมือนการเดบิ๊วท์สร้างชื่อเสียงของแมวสายพันธุ์เบงกอลและกลายเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางหลังจากที่แมวเบงกอลได้รับรางวัลจากเวทีการประกวดแมวสากล เหตุการณ์ในครั้งนี้ได้สร้างชื่อเสียงให้กับสายพันธุ์และสร้างความประทับใจให้กับเหล่าคนรักแมวและผู้ที่คร่ำหวอดในวงการแมวทั่วโลกได้ไม่น้อยด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัวของแมวเบงกอลที่สามารถดึงดูดสายตาของเหล่าผู้คนที่พบเห็นได้เป็นอย่างดีทั้งโครงสร้างแน่นกำยำประกอบด้วยมัดกล้ามเนื้อเหมือนแมวป่า ลวดลายที่ชวนให้นึกถึงแมวป่าและเสือนานาชนิด รวมถึงเส้นขนที่เป็นประกายและสัมผัสที่นุ่มลื่น แมวเบงกอลเป็นแมวบ้านเพียงสายพันธุ์เดียวในโลกที่มีลักษณะเส้นขนและลวดลายที่แตกต่างจากแมวบ้านชนิดอื่นอย่างสิ้นเชิง แมวเบงกอลเป็นแมวบ้านพันธุ์แท้ที่มีการรับรองสายพันธุ์อย่างถูกต้อง ไม่ใช่สัตว์ป่า ไม่ใช่แมวพันธุ์ผสม และไม่ใช่สัตว์เลี้ยงเอกโซติกอย่างที่คนไทยบางส่วนยังมีความเข้าใจผิดอยู่ แมวเบงกอลเป็นสายพันธุ์หนึ่งของแมวบ้านที่มีลักษณะคล้ายแมวป่า เป็นสายพันธุ์ที่ผ่านการพัฒนามากว่าหลายสิบปี จนกระทั่งได้รับการยอมรับจากสมาคมแมวสากล ซึ่งลักษณะภายนอกที่มีความคล้ายกับเสือและแมวป่านี่เองที่เป็นจุดประสงค์ตั้งต้นของเหล่านักพัฒนาสายพันธุ์แมวเบงกอล ยิ่งลักษณะภายนอกเหมือนกับเสือและแมวป่ามากเท่าไหร่ ยิ่งดี กล่าวคือในปัจจุบัน แมวเบงกอล คือ แมวเบงกอล ที่เกิดมาจากการผสมระหว่างแมวเบงกอลเท่านั้น ประวัติแมวเบงกอล: ที่มาและต้นกำเนิดของแมวเบงกอล บรรพบุรุษของสายพันธุ์แมวเบงกอล คือ แมวดาว(Asian Leopard Cat หรือ ALC) ที่ถูกนำมาผสมกับแมวบ้านและถูกพัฒนาสายพันธุ์อย่างต่อเนื่องจนกระทั่งเกิดเป็นแมวสายพันธุ์เบงกอลที่มีลักษณะคงที่ทางมาตรฐานสายพันธุ์ทั้งโครงสร้างภายนอกรวมถึงนิสัยที่สามารถถ่ายทอดได้จากรุ่นสู่รุ่น และกลายมาเป็นสัตว์เลี้ยงอย่างถูกต้องตามกฎหมาย แมวเบงกอลถูกพัฒนาสายพันธุ์จากเหล่าบรีดเดอร์จนกระทั่งไม่เหลือเค้าสัญชาติญาณสัตว์ป่าของแมวดาวแล้ว คงไว้แต่เพียงรูปลักษณ์ภายนอกที่ยังคงความน่าเกรงขามและชวนให้หลงไหล แมวดาว แมวดาว มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Prionailurus bengalensis โดยที่ชื่อสายพันธุ์แมวเบงกอลในภาษาอังกฤษอย่าง Bengal cat ก็มาจากการอ้างอิงชื่อทางวิทยาศาสตร์ของแมวดาวผู้เป็นบรรพบุรุษ แมวดาวเป็นแมวป่าที่พบได้มากและมีประชากรกระจายอยู่ในบริเวณป่าทั่วทวีปเอเชีย โดยทั่วไปมีโครงสร้างขนาดเล็ก ขนาดเฉลี่ยจะใกล้เคียงแมวบ้าน อย่างไรก็ตามลักษณะทางกายภาพ ขนาด โครงสร้าง สีสัน ลวดลาย รวมไปถึงหน้าตาของแมวดาวจะมีความแตกต่างหลากหลายมากขึ้นอยู่กับแหล่งที่อยู่อาศัยและซับสปีชีส์ของแมวดาว ซึ่งแมวดาวถือได้ว่าเป็นสัตว์ตระกูลกินเนื้อที่มีหลายซับสปีชีส์มากเป็นอันดับต้นๆในเอเชีย อย่างไรก็ตามสำหรับประเทศไทยในปัจจุบัน แมวดาวถูกจัดให้เป็นหนึ่งในรายชื่อสัตว์ป่าคุ้มครอง การครอบครองแมวดาวเป็นสิ่งผิดกฎหมาย ประวัติแมวเบงกอล: จุดเริ่มต้นสายพันธุ์ ในช่วงระยะเริ่มต้นของการพัฒนาสายพันธุ์แมวเบงกอล จีน มิล(Jean S. Mill) เป็นหนึ่งในบุคคลสำคัญผู้ก่อกำเนิดและวางรากฐานของสายพันธุ์แมวเบงกอลที่มีอยู่ในปัจจุบัน มิลเป็นนักอนุรักษ์สัตว์และมีส่วนในการพัฒนาสายพันธุ์แมวเบงกอลอย่างมาก เธอปรารถนาที่จะพัฒนาแมวที่เป็นเสมือนตัวแทนของเหล่าสัตว์ป่าทั้งหลายเพื่อสร้างความตระหนักให้กับผู้คนในการหันมานิยมเลี้ยงแมวบ้านที่มีลักษณะคล้ายเสือหรือแมวป่าแทน เพื่อช่วยเหลือแมวป่าจากการล่าของเหล่านายพรานและการลักลอบซื้อขายแมวป่าเพื่อนำไปเป็นสัตว์เลี้ยงอย่างผิดกฎหมาย ซึ่งเหล่านี้ล้วนเป็นเป้าหมายสำคัญในการริเริ่มโครงการพัฒนาสายพันธุ์แมวเบงกอลของเธอภายใต้ความร่วมมือกับสถาบันวิจัย UC Davis โดยที่ขั้นตอนเหล่านี้ได้ผ่านการศึกษา วิจัยในเชิงวิชาการ และมีผู้เชี่ยวชาญหลายฝ่ายที่เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ดี ไม่ได้มีเพียงจีน มิล เท่านั้นที่สนใจพัฒนาสายพันธุ์แมวเบงกอล ยังมีบรีดเดอร์อีกหลายคนที่เริ่มพัฒนาสายพันธุ์แมวเบงกอลในช่วงระยะเวลาดังกล่าว
โรคทางพันธุกรรมในแมวเบงกอล
โรคทั่วไปและโรคทางพันธุกรรมต่างมีความสำคัญไม่แพ้กัน เพราะทั้งสองสิ่งต่างส่งผลกระทบต่อสุขภาพของแมวเบงกอลโดยตรง โดยเฉพาะหากเป็นโรคทางพันธุกรรมที่เราสามารถตรวจสอบและป้องกันได้ก่อน การเลือกที่จะป้องกันโรคที่ส่งผลร้ายต่อสุขภาพของแมวเบงกอลที่เราในฐานะบรีดเดอร์สามารถทำได้จึงเป็นเรื่องที่สมควรทำเป็นอย่างยิ่ง โรคพันธุกรรมในแมวเบงกอล โรคพันธุกรรม คือ โรคที่เกิดจากความผิดปกติของโครโมโซมหรือยีน ซึ่งส่งผลให้เกิดการทำงานที่ผิดปกติของเซลล์และอวัยวะในร่างกาย นำไปสู่การเกิดโรค โดยที่ความผิดปกติดังกล่าวสามารถถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่นได้ กล่าวคือ โรคทางพันธุกรรมสามารถถ่ายทอดจากพ่อและแม่สู่ลูก โรคทางพันธุกรรมในแมวเบงกอล ที่พบบ่อยได้แก่โรค PRA-b และโรค PKdef ซึ่งทั้งสองเป็นโรคร้ายแรงที่สามารถพบได้บ่อยและสามารถส่งต่อความผิดปกติไปสู่รุ่นลูกรุ่นหลานได้ ดังนั้นในการคัดเลือกแมวเบงกอลเพื่อจะนำมาเป็นพ่อพันธุ์และแม่พันธุ์จึงมีความ “จำเป็น” ที่จะต้องตรวจสอบประวัติในเครือญาติว่าเป็นโรคที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรมหรือไม่ หรือ นำตัวอย่างของพ่อพันธุ์และแม่พันธุ์ส่งตรวจโรคในห้องปฏิบัติการ เพื่อตรวจสอบและ “ป้องกัน” การส่งต่อโรคทางพันธุกรรมไปสู่รุ่นต่อไป โรคพันธุกรรม BENGAL PROGRESSIVE RETINAL ATROPHY (PRA-b) PRA-b คือ โรคทางพันธุกรรม ที่เกิดจากความผิดปกติของยีนด้อยออโต้โซม (autosomal recessive condition) นำไปสู่การ “ตาบอด” ในแมวเบงกอล อาการของโรค คือ เซลล์รับแสงซึ่งเป็นเซลล์ที่ทำหน้าที่ตรวจจับแสงในบริเวณด้านหลังของดวงตาถูกทำลาย โดยเซลล์รับแสดงจะถูกทำลายและลดจำนวนลงอย่างต่อเนื่องในแมวช่วงอายุประมาณ 7 สัปดาห์เป็นต้นไป จนกระทั่งแมวเบงกอลสูญเสียการมองเห็นในที่สุด โดยแมวเบงกอลที่ได้รับผลกระทบจากโรค PRA-b มักประสบปัญหาการมองเห็นในตอนกลางคืน บางกรณีก็ส่งเสียงมากขึ้น และผูกพันกับเจ้าของมากขึ้น อย่างไรก็ตามเมื่อแมวที่ได้รับผลกระทบจากโรคเกิดความคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมจะทำให้มันเกิดการปรับตัวและเคลื่อนไหวได้อย่างปกติ ซึ่งลักษณะดังกล่าวจะทำให้เจ้าของยากที่จะสังเกตุว่าแมวเบงกอลของตนเองมีปัญหาด้านการมองเห็นอยู่ และลงเอยด้วยแมวสูญเสียการมองเห็นในที่สุด โรคพันธุกรรม ERYTHROCYTE PYRUVATE KINASE DEFICIENCY (PKDef) PKDef คือ โรคโลหิตจาง ที่เกิดจากการแตกทำลายของเซลล์เม็ดเลือดแดงจากการบกพร่องในการทำงานของเอนไซม์ควบคุม metabolism ของเซลล์เม็ดเลือดแดง ซึ่งเป็นโรคที่สามารถถ่ายทอดทางพันธุกรรมอันเกิดจากความผิดปกติของยีนด้อยออโต้โซม (autosomal recessive condition) แมวที่ได้รับผลกระทบจากโรค PKDef จะเกิดภาวะโลหิตจาง ซึ่งลักษณะของภาวะโลหิตจางจะไม่มีความต่อเนื่อง มีความรุนแรงหลายระดับแตกต่างกันในแมวแต่ละตัวซึ่งบางตัวอาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต และไม่สามารถระบุอายุที่แน่นอนของแมวที่จะแสดงอาการของโรคได้ รวมถึงอาการทางคลินิกของแมวแต่ละตัวมีความไม่แน่นอนเช่นกัน อาการของภาวะโลหิตจางในแมวที่เป็นโรค PKDef ในที่นี้รวมถึง แมวที่มีอาการอ่อนเพลีย ซึม ง่วงตลอดเวลา น้ำหนักลด มีลักษณะของโรคดีซ่าน และมีช่องท้องที่ขยายตัว เป็นต้น PRA-b และ PKDef เป็นโรคพันธุกรรมที่ปัจจุบันยังไม่มีวิธีการรักษา แต่ “สามารถป้องกันได้” ซึ่งเป็นหน้าที่ของบรีดเดอร์ที่มีจรรยาบรรณที่ต้องแสดงความรับผิดชอบทั้งต่อตัวแมวเบงกอลและต่อสังคม ในการตรวจโรคทางพันธุกรรมของแมวเบงกอลที่จะนำมาใช้เป็นพ่อพันธุ์และแม่พันธุ์ เพื่อสุขภาพที่ดีของแมวในปัจจุบันและป้องกันความเสี่ยงของแมวเบงกอลรุ่นลูกหลานในอนาคต ซึ่งโดยทั่วไปแมวเบงกอลที่ถูกตรวจพบว่าเป็นโรคทางพันธุกรรมจะถูกคัดออกจากโปรแกรมพัฒนาสายพันธุ์โดยการทำหมัน ดังนั้น เพื่อเป็นการป้องกันโรคทางพันธุกรรมที่ส่งผลกระทบต่อทั้งการใช้ชีวิตของแมวและเจ้าของ การตรวจสอบประวัติโรคของแมวเบงกอลก่อนซื้อแมวกับบรีดเดอร์จึงเป็นเรื่องที่ “สำคัญมาก” และ “ไม่ควรมองข้าม” วิธีอ่านรายงานผลตรวจโรคพันธุกรรม เนื่องจากโรค PRA-b และ PKDef เป็นโรคพันธุกรรมที่เกิดจาก “ยีนด้อย” ทำให้ในผลตรวจของโรคสามารถปรากฏรายงานได้ดังต่อไปนี้ N/N หรือ Normal (-/-) หมายความว่า แมวตัวดังกล่าวไม่เป็นโรคและไม่มีความผิดปกติของยีนด้อยออโต้โซม N/K หรือ Carrier (+/-) หมายความว่า แมวตัวดังกล่าวไม่เป็นโรค แต่เป็นพาหะ เนื่องจากมีความผิดปกติของยีนด้อยออโต้โซม และสามารถส่งต่อลักษณะยีนด้อยที่ผิดปกตินี้ไปสู่รุ่นลูกได้ K/K หรือ Affected (+/+) หมายความว่า แมวตัวดังกล่าวเป็นโรค ขอบคุณแหล่งข้อมูลจาก UCDAVIS Veterinary Genetics Laboratory และ Langford VetsContinue reading “โรคทางพันธุกรรมในแมวเบงกอล”
Bengal colors
Individually, we are one drop. Together, we are an ocean.
Bengal patterns
The few stars left below the seaward frown of the vault shine feebly as into the mouth of a black cavern.
Bengal Breed Standard
The Violas had them in their ears as though invisible ghosts hovering about their chairs had consulted in mutters as to the advisability of setting fire to this foreigner’s casa.
