แมวกินสิ่งแปลกปลอม เข้าไป ทำยังไงดี?

แมวกินสิ่งแปลกปลอม เข้าไป ควรต้องทำอะไรบ้าง? เรื่องนี้เป็นประเด็นที่วีตั้งใจอยากเขียนเล่าให้เพื่อน ๆ เจ้าของน้องแมวอ่านมาได้สักพักแล้วค่ะ ตอนนี้ได้จังหวะมาเขียนเล่าพอดี เหตุการณ์ที่น้อง แมวกินสิ่งแปลกปลอม เข้าไป เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับประสบการณ์ตรงของวีที่เจอกับน้องแมวที่บ้าน SILVERSQUAD เราเองค่ะ — ตอนนั้นวีกำลังป้อนอาหารเสริมแบบแคปซูลให้น้องแมว โดยใช้อุปกรณ์ช่วยป้อนยา (มีรูปประกอบ) เสี้ยววินาทีแค่นั้นเองที่น้องแมวสะบัดหน้าหนี และกลืนทั้งแคปซูล กับ “จุกยางซิลิโคน” ที่อยู่ปลายอุปกรณ์ป้อนยาเข้าไปโดยไม่ตั้งใจ! ตอนนั้นยอมรับเลยว่าใจหายแว้บ หน้าชา สตั๊น ตกใจมาก พยายามเช็คมองหารอบๆ ว่าจุกยางซิลิโคนที่หลุดไปกระเด็นตกอยู่ข้างๆ มั้ย เพราะไม่รู้ว่าตัวจุกยางที่แมวกลืนเข้าไปจะอันตรายขนาดไหน แล้วถ้ามันไปอุดตันทางเดินอาหารขึ้นมาจะทำยังไง จังหวะนั้นรีบรวบรวมสติ โทรหาคุณหมอที่โรงพยาบาลสัตว์ทันที พร้อมแจ้งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และพาน้องแมวใส่กล่องเดินทาง ขับรถออกจากบ้าน ตรงดิ่งไปหาคุณหมอเลยค่ะ (ตอนนั้นเวลาประมาณ 3 ทุ่ม โรงพยาบาลปิด 4 ทุ่ม!!) พอไปถึงโรงพยาบาล คุณหมอแนะนำให้เอกซเรย์เพื่อตรวจดูตำแหน่งของสิ่งแปลกปลอม พบว่าจุกยางซิลิโคนอยู่ในกระเพาะน้องแมวเรียบร้อยแล้ว ณ เวลานี้ ตอนแรกคุณหมอบอกให้รอให้มันเคลื่อนตัวไปตามลำไส้ เผื่อจะอึออกมาเอง พร้อมป้อนยาน้ำช่วยให้สิ่งแปลกปลอม “ไหลลื่น” ออกได้ง่ายขึ้น ซึ่งคุณหมอก็แจ้งว่า ตอนนี้Continue reading “แมวกินสิ่งแปลกปลอม เข้าไป ทำยังไงดี?”

โภชนาการของแมว

แมวเป็นสัตว์กินเนื้อ โดยสมบูรณ์ (Obligate Carnivore) แมว (Felis catus) ถูกจัดอยู่ในกลุ่มสัตว์ที่เรียกว่า Obligate Carnivores หรือ “สัตว์กินเนื้อโดยสมบูรณ์” ซึ่งหมายความว่า แมวเป็นสัตว์กินเนื้อ โดยที่ระบบย่อยอาหารและกระบวนการเผาผลาญในร่างกายของแมวถูกออกแบบมาเพื่อย่อยและดูดซึมสารอาหารจากเนื้อสัตว์เท่านั้น แมว (Felis catus) ถูกจัดเป็น obligate carnivore  หมายถึง สัตว์ที่วิวัฒนาการให้ต้องได้รับสารอาหารที่จำเป็นบางชนิดจากเนื้อสัตว์ (meat, organ tissues) เท่านั้น ไม่สามารถพึ่งพาสารอาหารจากพืชมาทดแทนได้ แมวต่างจากสุนัข (Canis lupus familiaris) ซึ่งมีแนวโน้มเป็น omnivore (กินได้ทั้งเนื้อและพืชคล้ายมนุษย์) ซึ่งร่างกายสุนัขสามารถย่อยสารอาหารบางส่วนจากพืชได้ และมีเอนไซม์ที่รองรับการย่อยสลายแป้งได้มากกว่าแมว บทความ “Differences between cats and dogs: a nutritional view” ระบุว่า แมวมีข้อจำกัดทางเมตาบอลิซึมหลายอย่าง เช่น ความสามารถในการสังเคราะห์วิตามิน A จาก β-carotene ความสามารถในการสังเคราะห์กรดไขมันบางชนิด และการจัดการกับคาร์โบไฮเดรตได้ไม่ดีเท่าสัตว์กินพืชหรือสัตว์ที่กินทั้งเนื้อและพืชContinue reading “โภชนาการของแมว”

วิธีเตรียมตัวให้แมวโตเจ้าถิ่น เมื่อพาลูกแมวตัวใหม่เข้าบ้าน

การนำลูกแมวตัวใหม่เข้าบ้านถือเป็นประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้นสำหรับเหล่าทาสแมวทั้งหลาย แต่ถ้าคุณมีแมวโตอยู่แล้ว สิ่งสำคัญคือเจ้าของต้องแน่ใจว่าการปรับตัวของเด็กๆ จะเป็นไปอย่างราบรื่น แมวเป็นสัตว์ที่โดยธรรมชาติจะมีอาณาเขตของตัวเองโดยเฉพาะแมวโต ซึ่งเป็นปกติที่แมวโตของคุณอาจต้องใช้เวลาในการปรับตัวและแบ่งพื้นที่ให้กับสมาชิกใหม่น้องใหม่ วันนี้ทาง SILVERSQUAD มีวิธีแนะนำในการเตรียมตัวให้แมวโตของคุณพร้อมสำหรับสมาชิกใหม่ และช่วยให้น้องแมวทั้งสองสร้างความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน 1. เตรียมพื้นที่แยกกัน ก่อนที่คุณจะนำลูกแมวตัวใหม่เข้าบ้าน ให้เตรียมพื้นที่เฉพาะสำหรับน้องใหม่ โดยบริเวณพื้นที่นี้ควรมีอาหาร น้ำ และกระบะทรายส่วนตัวของน้องเอง ซึ่งการแยกพื้นที่ให้ลูกแมวจะช่วยให้แมวโตของคุณคุ้นเคยกับกลิ่นของน้องก่อนจะได้เจอกันตรงๆ ทำไมถึงช่วยได้: การแบ่งโซน/แยกพื้นที่ จะทำให้แมวโตไม่รู้สึกว่าตัวเองถูกบุกรุกอาณาเขต และยังช่วยให้ลูกแมวรู้สึกปลอดภัยและสบายใจในสภาพแวดล้อมใหม่ 2. เริ่มต้นด้วยการแนะนำกลิ่น การแนะนำกลิ่นของกันและกันก่อนที่จะให้แมวเจ้าถิ่นและน้องใหม่พบกันแบบตัวต่อตัวจะช่วยลดความตึงเครียดของแมวทั้งคู่ได้ คุณสามารถสลับที่นอน ของเล่น หรือใช้ผ้านุ่ม ๆ เช็ดตัวลูกแมวและแมวโต แล้วให้ทั้งคู่ได้ดมกลิ่นของกันและกันโดยไม่ต้องเจอตัว ทำไมถึงช่วยได้: การแนะนำกลิ่นจะช่วยให้แมวทั้งสองคุ้นเคยกับกลิ่นของกันและกัน และลดโอกาสที่จะมีปฏิกิริยาต่อต้านในทางลบเมื่อพบกัน 3. เจอกันแบบมีการควบคุม เมื่อแมวทั้งสองคุ้นเคยกับกลิ่นของกันและกันแล้ว เจ้าของสามารถพาน้อง ๆ มาให้เจอกันตัวต่อตัวแบบมีการควบคุม โดยเริ่มจากการให้เจอกันเพียงช่วงระยะสั้น ๆ และใช้ตัวกั้นหรือให้อยู่ในกระเป๋าแมวหรือคอกแมวเพื่อป้องกันการสัมผัสกันโดยตรง วิธีนี้จะช่วยให้แมวทั้งสองได้มีโอกาสสำรวจและสังเกตกันและกันโดยไม่รู้สึกถูกคุกคาม เจ้าของต้องสังเกตอะไรบ้าง?: แมวโตหรือแมวเด็กของคุณอาจมีการขู่ ขนพอง หางพอง ส่งเสียงร้อง หรือแสดงความไม่แน่ใจ ซึ่งเหล่านี้เป็นพฤติกรรมปกติ เจ้าของอย่าพยายามบังคับให้น้องแมวต้องเข้าใกล้กัน เพราะเมื่อทั้งสองรู้สึกพร้อมแล้วเค้าจะเริ่มเข้าหากันเอง เราต้องให้เวลาและพื้นที่น้อง ๆContinue reading “วิธีเตรียมตัวให้แมวโตเจ้าถิ่น เมื่อพาลูกแมวตัวใหม่เข้าบ้าน”

ทำหมันแมว ดียังไง

ทำหมันแมว ดียังไง ? ทำไมต้องทำหมันแมว? พาแมวทำหมันแล้วดียังไง? วันนี้ทาง SILVERSQUAD เอาข้อดีหลักๆของการทำหมันน้องแมวมาฝากค่ะ 1) สุขภาพดี (Healthy from the Inside Out)การทำหมันแมวส่งผลดีทั้งต่อสุขภาพกาย(ภายนอก)และสุขภาพจิต(ภายใน) ของน้องแมว ช่วยป้องกันการเกิดโรคเกี่ยวกับระบบสืบพันธุ์ อาทิ มดลูกอักเสบ(ในแมวตัวเมีย) และมะเร็งอัณฑะ(ในแมวตัวผู้) ช่วยลดความเสี่ยงในการติดโรคเอดส์แมว ลิวคีเมีย และพิษสุนัขบ้าจากการสัมผัส ผสมพันธุ์ หรือการต่อสู้กับแมวตัวอื่น ช่วยลดความเครียดและพฤติกรรมก้าวร้าวหงุดหงิดของแมวในช่วงหาคู่เมื่อเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์(ฮีท/ติดสัด) 2) แมวอยู่ติดบ้าน (Calmer cats)การทำหมันแมวส่งผลให้ความต้องการหาคู่ของน้องแมวลดลงรวมถึงสัญชาตญาณการลาดตระเวนสร้างอาณาเขตเพื่อดึงดูดเพศตรงข้ามตามธรรมชาติของแมวเมื่อเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ เหล่านี้ช่วยลดโอกาสแมวหนีหายออกจากบ้าน ไปไม่กลับ ลดความเสี่ยงที่แมวจะประสบอุบัติเหตุนอกบ้าน สร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของน้องแมว 3) บ้านสะอาด (Clean house)การทำหมันแมวก่อนเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์(Prepubertal neutering) เป็นวิธีที่ได้รับการยอมรับว่ามีประสิทธิภาพที่สุดในการช่วยลดปัญหาแมวจรและป้องกันพฤติกรรมแมวสร้างอาณาเขต ไม่ว่าจะเป็น การสเปรย์บอกอาณาเขต และการขับถ่ายเรี่ยราด ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้ก่อให้เกิดกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ในบ้านและสร้างความไม่สบายใจให้เจ้าของแน่นอน 4) ลดปัญหาแมวจร (Reducing stray cat populations)การทำหมันแมวช่วยให้สามารถควบคุมประชากรแมวไม่พึงประสงค์ได้ ช่วยป้องกันการเกิดสถานการณ์แมวท้องไม่พร้อม/เจ้าของไม่พร้อม รวมถึงลดภาระค่าใช้จ่ายและภาระต่างๆที่จะตามมากรณีเจ้าของไม่พร้อมดูแลแมวหลายตัว การทำหมันแมวคือการยกระดับคุณภาพชีวิตน้องแมวให้ดีขึ้นและแก้ปัญหาแมวจรที่ต้นเหตุ  ปัจจุบันได้มีงานศึกษาทางวิชาการหลายชิ้นที่ออกมาให้ข้อมูลแล้วว่าการทำหมันแมว “ก่อนวัยเจริญพันธุ์” “ไม่ได้” เป็นสาเหตุที่ทำให้แมวเป็นนิ่ว/โรคท่อปัสสาวะตีบ(Uretheral obstruction)Continue reading “ทำหมันแมว ดียังไง”

ฮีทสโตรก (Heat stroke)ในแมว

ฮีทสโตรก สัญญาณอันตรายในหมาแมว ฮีทสโตรก (Heat Stroke) หรือโรคลมแดด เป็นภาวะที่ร่างกายของสัตว์ไม่สามารถระบายความร้อนออกจากร่างกายได้ทันท่วงที ทำให้อุณหภูมิร่างกายสูงขึ้นผิดปกติ โดยอุณหภูมิความร้อนในร่างกายที่สูงขึ้นจะส่งผลกระทบต่ออวัยวะภายในให้ทำงานผิดปกติและล้มเหลวในที่สุด (ลองนึกภาพว่าร่างกายของสัตว์เปรียบเหมือนหม้อต้มน้ำที่เดือดปุดๆและอวัยวะภายในที่ถูกต้มสุกดูสิ) ภาวะฮีทสโตรกเกิดขึ้นได้กับสัตว์ทุกชนิด โดยเฉพาะกับน้องหมาและแมวเนื่องจากลักษณะทางกายภาพของน้องมีต่อมเหงื่อเฉพาะบริเวณจมูกและฝ่าเท้า ไม่ได้ระบายความร้อนออกทางต่อมเหงื่อที่ผิวหนังเหมือนมนุษย์ เลยต้องอาศัยการหอบและหายใจเป็นหลัก ดังนั้นในกรณีที่ร่างกายระบายความร้อนไม่ทัน น้องก็จะเกิดภาวะฮีทสโตรก ฮีทสโตรกไม่ใช่ภาวะที่เกิดขึ้นปุบปับฉับพลัน แต่เกิดจากการที่ร่างกายของสัตว์มีการสะสมความร้อนอย่างต่อเนื่องและระบายออกไม่ทันและร่างกายเริ่มแสดงอาการออกมา (Heat exhaustion) ซึ่งหากไม่ได้รับการคูลดาวน์อุณหภูมิร่างกายโดยเร็วและปฐมพยาบาล อวัยวะภายในจะเริ่มล้มเหลวและเสียชีวิต อาการฮีทสโตรกในหมาแมว หอบ หายใจถี่ ลิ้นและปากเป็นสีชมพูเข้ม/แดง อาเจียน น้ำลายไหล ร่างกายอ่อนแรง ไม่มีแรงลุกหรือนั่ง รูม่านตาขยายกว้าง ชัก หมดสติ อุณหภูมิร่างกายปกติของหมาและแมวคือ 38.3-39.2°C และมีความเสี่ยงเกิดภาวะฮีทสโตรกเมื่ออุณหภูมิร่างกายแตะระดับ 40°C (เมื่ออุณหูมิร่างกายสูงถึงจุดหนึ่ง หมาแมวจะชักและหมดสติเข้าสู่อาการโคม่า ร่างกายน้องๆแต่ละตัวสามารถทนอุณหภูมิสูงได้ไม่เท่ากัน) การปฐมพยาบาลเบื้องต้นในหมาแมวที่เป็นฮีทสโตรก พาน้องมาอยู่ในพื้นที่ร่ม ที่มีอากาศถ่ายเท เปิดพัดลมเป่า ใช้ผ้าชุบน้ำธรรมดาเช็ดตามลำตัว อุ้งเท้า ท้อง ใบหู ขาหนีบ รักแร้ หรือแช่บริเวณลำตัวลงในอ่างน้ำเพื่อช่วยลดอุณหภูมิร่างกาย รีบพาน้องไปคลินิกหรือโรงพยาบาลสัตว์ใกล้บ้านเพื่อให้สัตวแพทย์รักษาในขั้นต่อไป ห้ามใช้น้ำแข็งหรือน้ำเย็นจัดมาอาบ เช็ด หรือจุ่มตัวเพื่อระบายความร้อน เพราะจะทำให้หลอดเลือดหดตัว ร่างกายระบายความร้อนได้แย่ลงContinue reading “ฮีทสโตรก (Heat stroke)ในแมว”

เตรียมตัวเลี้ยงแมวเบงกอล

เลี้ยงแมวเบงกอล ต้องเตรียมอะไรบ้าง ? วิธีการเลี้ยงแมวเบงกอลไม่ได้มีความพิเศษแตกต่างไปจากการเลี้ยงแมวทั่วไปเลยแม้แต่นิดหากเจ้าของเข้าใจธรรมชาติและนิสัยของแมวสายพันธุ์นี้ ซึ่งแมวทุกตัวล้วนต้องการความรักและความเอาใจใส่จากเจ้าของ เพียงแต่สำหรับเจ้าของแมวเบงกอลอาจจะต้องเตรียมอุปกรณ์และของเล่นบางอย่างที่จำเป็นสำหรับนิสัยของสายพันธุ์แมวเบงกอล อย่างเช่น อุปกรณ์สำหรับปีนป่าย หรืออุปกรณ์ลับเล็บ เป็นต้น ทาง SILVERSQUAD ได้รวบรวมเชคลิสต์ที่จำเป็นสำหรับเจ้าของแมวเพื่อเตรียมความพร้อมล่วงหน้าก่อนที่จะออกไปรับแมวเบงกอลเข้ามาในบ้าน ซึ่งได้แก่ สถานที่ ตรวจสอบสภาพแวดล้อมทั้งในบ้านและรอบบ้านของคุณให้พร้อมก่อนจะนำแมวเบงกอลเข้ามา เริ่มจากการตั้งคำถามกับตัวเองก่อนเลยว่า “มีพื้นที่ตรงไหนที่เราไม่ต้องการให้แมวเบงกอลเข้าไปหรือไม่” “ลักษณะนิสัยของคุณกับคนในบ้านมีอะไรที่ต้องปรับเมื่อแมวเบงกอลเข้ามาเป็นสมาชิกไหม” ซึ่งเหล่านี้ล้วนช่วยให้การเข้ามาอยู่อาศัยของแมวและการปรับตัวให้อยู่ร่วมกันเป็นไปได้ง่ายขึ้น พื้นที่บริเวณในบ้าน ด้วยลักษณะนิสัยของแมวเบงกอลโดยพื้นฐานคือ ชอบปีนขึ้นที่สูง และ ชอบเล่นน้ำ ดังนั้นเจ้าของควรที่จะหลีกเลี่ยงการวางสิ่งของมีค่า ของชิ้นเล็กๆที่แมวสามารถกินได้ และของที่ตกแตกได้ง่ายไว้ในบริเวณที่คาดว่าแมวเบงกอลจะปีนถึง เช่น ชั้นวางของ หลังตู้เย็น เป็นต้น รวมถึงเก็บขวดสารเคมีต่างๆให้มิดชิด หรือหากมีตู้ปลาควรมีฝาปิดเพื่อป้องกันแมวเบงกอลลงไปเล่นน้ำ นอกจากนี้แมวเบงกอลชอบชมวิวดูนกดูแมลงนอกบ้านดังนั้นตามประตูหน้าต่างหากมีความจำเป็นต้องเปิดทิ้งไว้ แนะนำให้ติดมุ้งลวดเพื่อป้องกันปัญหาแมวหลุดหาย พื้นที่บริเวณนอกบ้าน ควรตรวจสอบให้ดีว่านอกบ้านเป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับแมวเบงกอลหรือไม่ มีสัตว์ใหญ่บริเวณรอบบ้านหรือไม่ ควรเก็บของมีคมให้มิดชิด รวมไปถึงหลีกเลี่ยงพืชที่เป็นอันตรายต่อแมวซึ่งหากแมวกินเข้าไปอาจร้ายแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้ ดังต่อไปนี้ บอนสี มีผลต่อระบบทางเดินหายใจ สาวน้อยประแป้ง หากสัมผัสจะเกิดการระคายเคือง และมีผลต่อระบบทางเดินอาหาร ว่านหางจระเข้ มีผลต่อระบบทางเดินอาหาร ท้องเสีย อาเจียร เบื่ออาหาร ว่านสี่ทิศ มีผลต่อระบบทางเดินอาหาร ท้องเสีย อาเจียร เบื่ออาหาร ผักบุ้ง ยางในผักบุ้งมีผลต่อระบบทางเดินอาหาร ระบบหายใจ และกล้ามเนื้อกระตุก พลูด่าง ทำให้เกิดการระคายเคืองในระบบทางเดินอาหาร จามจุรี หากกินเมล็ดเข้าไปจะทำให้คลื่นไส้ อาเจียร อาจนำไปสู่อาการชักได้ ปรง มีผลต่อระบบประสาทและอาจส่งผลให้ตับล้มเหลว ไฮเดรนเยีย ทำให้คลื่นไส้ หายใจติดขัด ชวนชม ยางของต้นชวนชมมีผลต่อการเต้นของหัวใจ **ขอบคุณข้อมูลจาก บ้านและสวน, 2020 เลี้ยงแมวเบงกอล : อุปกรณ์ของใช้สำหรับแมว ที่นอน ห้องน้ำแมว แบบกระบะทราย แบบโดม ทรายแมว คริสตัล เบนโทไนต์ วัสดุธรรมชาติ อาหารแมว อาหารแห้ง อาหารเปียก อาหารทำเอง หรือ อาหารบาร์ฟ ภาชนะใส่อาหารและน้ำ ด้วยนิสัยแมวเบงกอลที่ชอบเล่นน้ำ ชอบเอาเท้าเขี่ยน้ำเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ซึ่งน้ำดื่มจะสกปรกได้ง่าย น้ำพุแมวเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยทำให้แมวได้ดื่มน้ำที่สะอาดและปลอดภัยเนื่องจากมีระบบกรองและระบบไหลเวียนน้ำ บวกกับน้ำที่กระเพื่อมไหลเวียนตลอดเวลามีส่วนช่วยเพิ่มให้แมวดื่มน้ำมากขึ้น อุปกรณ์ลับเล็บ เสาลับเล็บ แผ่นลับเล็บ เป็นสิ่งจำเป็นที่ขาดไม่ได้เลยสำหรับแมว เพราะด้วยสัญชาติญาณของแมวจะลับเล็บอย่างสม่ำเสมอ หากไม่มีอุปกรณ์ลับเล็บแมวจะหาอย่างอื่นมาลับเล็บแทน เช่น โซฟา เฟอร์นิเจอร์ของใช้ต่างๆในบ้าน เป็นต้น อุปกรณ์ใส่แมวเวลาเดินทาง ของเล่นแมว ให้เจ้าของได้ใช้เวลาร่วมกับแมว และทำให้แมวมีกิจกรรมเพลิดเพลินไม่เบื่อ วงล้อแมว หรือ ลู่วิ่งแมว เป็นอุปกรณ์ที่ช่วยตอบโจทย์คนเลี้ยงแมวเบงกอลเป็นอย่างมากเนื่องจากช่วยให้แมวได้ออกกำลังกายContinue reading “เตรียมตัวเลี้ยงแมวเบงกอล”