เลี้ยงแมวตัวผู้หรือตัวเมียดี ? อีกหนึ่งคำถามยอดฮิตสำหรับผู้ที่กำลังตัดสินใจรับแมวเบงกอลมาเลี้ยง ความแตกต่างระหว่างแมวเบงกอลตัวผู้และตัวเมีย สามารถแบ่งออกเป็น ความแตกต่างเชิงกายภาพ และความแตกต่างทางบุคลิกภาพ ความแตกต่างเชิงกายภาพ ลักษณะโครงสร้างและรูปร่างระหว่างแมวเบงกอลตัวผู้และตัวเมีย เป็นสิ่งที่สามารถมองเห็นและบอกความแตกต่างได้ชัดเจน แมวเบงกอลตัวผู้จะมีโครงสร้างร่างกายที่ใหญ่กว่าแมวตัวเมีย กะโหลกศีรษะใหญ่กว่า รวมถึงมวลกล้ามเนื้อของร่างกายที่มีมากกว่า โดยน้ำหนักเฉลี่ยแมวเบงกอลตัวผู้เมื่อโตเต็มที่จะอยู่ที่ 6-8 กิโลกรัม ในขณะที่ตัวเมียน้ำหนักเฉลี่ย 3-5 กิโลกรัม ความแตกต่างเชิงบุคลิกภาพ บุคลิกภาพของแมวเบงกอล 1 ตัว ไม่ว่าจะเป็นเพศผู้หรือเพศเมีย เกิดจากการหล่อหลอมของ 3 องค์ประกอบ ได้แก่ สัญชาตญาณ พันธุกรรม และสภาพแวดล้อม 1. สัญชาตญาณ(Instinct) แมวเบงกอลเป็นแมวที่เต็มไปด้วยสัญชาตญาณ ซึ่งถูกส่งต่อมาตั้งแต่รุ่นบรรพบุรุษ สัญชาตญาณเป็นสิ่งที่ติดตัวแมวมาตั้งแต่เกิด เป็นพฤติกรรมหรือความรู้สึกที่กระทำได้เองโดยไม่มีต้องฝึกหรือสอน “สัญชาตญาณนักล่า” แมวทุกชนิดมีสัญชาตญาณนักล่าติดตัว แมวเบงกอลก็เช่นเดียวกัน ทำให้แมวเหล่านี้มีพฤติกรรมชอบล่าสัตว์เล็กทุกชนิดหรือให้ความสนใจกับทุกสิ่งที่เคลื่อนไหว การไล่จับนก หนู แมลงต่างๆ รวมถึงจิ้งจก เป็นพฤติกรรมที่เกิดจากสัญชาตญาณ และด้วยพฤติกรรมดังกล่าวเจ้าของพึงต้องระมัดระวังการได้รับเชื้อโรคและปรสิตที่สามารถปนเปื้อนมากับเหยื่อที่แมวของคุณไปล่ามา “ชอบเล่นน้ำ” เป็นพฤติกรรมตามสัญชาตญาณที่ค่อนข้างเป็นเอกลักษณ์ของแมวเบงกอล เนื่องจากแมวส่วนใหญ่ไม่ชอบเล่นน้ำ แต่แมวเบงกอลแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง โดยเฉพาะพฤติกรรมเอาเท้าจุ่มน้ำหรือใช้เท้ากวักน้ำขึ้นมาดื่ม พฤติกรรมเหล่านี้มาจากสัญชาตญาณของบรรพบุรุษแมวเบงกอลอย่างแมวดาว ที่เมื่ออาศัยอยู่ในธรรมชาติการกวักน้ำดื่มเป็นการช่วยปัดเอาฝุ่นรวมถึงเศษสิ่งสกปรกต่างๆออกจากผิวน้ำที่ตนกำลังดื่ม “ชอบอยู่ที่สูง” ไม่ว่าจะเป็นบนราวผ้าม่าน หลังตู้เย็น หลังตู้เก็บของ ยิ่งสูงยิ่งดี เป็นสัญชาตญาณอีกอย่างของแมวเบงกอลที่ถ่ายทอดมาจากบรรพบุรุษแมวป่า เนื่องจากในธรรมชาติแมวดาวมีพฤติกรรมอาศัยอยู่บนต้นไม้ กล่าวคือ การได้อยู่ในจุดที่สูงที่สุดทำให้แมวรู้สึกปลอดภัยและสามารถมองเห็นและรับรู้สิ่งต่างๆได้อย่างทั่วถึง ความแตกต่างของสัญชาตญาณระหว่างแมวเบงกอลตัวผู้และตัวเมีย ตัวผู้ (Male) แมวตัวผู้จะมีสัญชาตญาณของความเป็นจ่าฝูงมากกว่าตัวเมีย รวมถึงสัญชาตญาณการหาคู่เมื่อเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ ส่งผลให้แมวเบงกอลตัวผู้มีความกล้าและพร้อมจะเผชิญกับสิ่งใหม่ๆได้ดี เข้ากับสมาชิกในบ้านได้ง่ายและทั่วถึง รวมถึงมีอาณาเขตของตัวเอง อย่างไรก็ตาม หากไม่ได้รับการทำหมันแมวตัวผู้จะ “สเปรย์” หรือฉี่ตามจุดต่างๆเพื่อบอกอาณาเขตของตัวเองและเพื่อดึงดูดเพศตรงข้าม รวมถึงอาจมีพฤติกรรมก้าวร้าวได้ในช่วงหาคู่ ตัวเมีย (Female) โดยธรรมชาติสัตว์ตัวเมียจะถูกกำหนดให้มีความเป็นแม่ ซึ่งก็รวมถึงแมวเบงกอลตัวเมียด้วยเช่นกัน ทำให้แมวเบงกอลตัวเมียมีความตื่นตัวต่อสภาพแวดล้อมโดยรอบสูง และมักมีความผูกพันกับคนแบบเฉพาะเจาะจงหรือเลือกเจ้านาย แมวตัวเมียเมื่อเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์จะฮีทเพื่อหาคู่ผสม ส่วนใหญ่จะมีพฤติกรรมร้องโหยหวนเสียงดัง และในบางตัวจะ “สเปรย์” หากไม่ได้รับการทำหมันแมวตัวเมียมีโอกาสเสี่ยงเป็น “มดลูกอักเสบ” สูงซึ่งหากไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้องเป็นอันตรายถึงชีวิต 2. พันธุกรรม(Heredity) นิสัยหรือพฤติกรรมของแมวเบงกอลไม่ว่าจะเป็นแมวเบงกอลตัวผู้หรือตัวเมีย หากได้รับการส่งต่อจากสายเลือดที่ดี มีการคัดเลือกและบรีดพ่อแม่พันธุ์ที่นิสัยดี รุ่นลูกย่อมเป็นแบบเดียวกัน 3. สภาพแวดล้อม(Environment) ถึงแม้ว่าพันธุกรรมจะมีผลต่อการกำหนดบุคลิกภาพ สิ่งแวดล้อมรอบตัวแมวเป็นตัวแปรสำคัญที่ส่งผลให้เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในแมวทั้งตัวผู้และตัวเมียได้เช่นกัน การที่ลูกแมวเบงกอลเติบโตขึ้นมาในสภาพแวดล้อมที่อบอุ่น เต็มไปด้วยความรัก ผ่านกระบวนการฝึกการเข้าสังคม(Socialization) ไม่ถูกขังกรง จะทำให้แมวเบงกอลมีความมั่นใจในตัวเอง ปรับตัวเก่ง และไม่ก้าวร้าวContinue reading “แมวตัวผู้หรือตัวเมียดี”
