แมวเป็นสัตว์กินเนื้อ โดยสมบูรณ์ (Obligate Carnivore)
แมว (Felis catus) ถูกจัดอยู่ในกลุ่มสัตว์ที่เรี

แมว (Felis catus) ถูกจัดเป็น obligate carnivore หมายถึง สัตว์ที่วิวัฒนาการให้ต้
องได้รับสารอาหารที่จำเป็นบางชนิ ดจากเนื้อสัตว์ (meat, organ tissues) เท่านั้น ไม่สามารถพึ่งพาสารอาหารจากพืชมาทดแทนได้ แมวต่างจากสุนัข (Canis lupus familiaris) ซึ่งมีแนวโน้มเป็น omnivore (กินได้ทั้งเนื้อและพืชคล้ายมนุษย์) ซึ่งร่างกายสุนัขสามารถย่อยสารอาหารบางส่วนจากพื
ชได้ และมีเอนไซม์ที่รองรับการย่ อยสลายแป้งได้มากกว่าแมว - บทความ “Differences between cats and dogs: a nutritional view” ระบุว่า แมวมีข้อจำกัดทางเมตาบอลิซึ
มหลายอย่าง เช่น ความสามารถในการสังเคราะห์วิ ตามิน A จาก β-carotene ความสามารถในการสังเคราะห์ กรดไขมันบางชนิด และการจัดการกับคาร์โบไฮเดรตได้ไม่ดีเท่าสัตว์กินพืชหรือสั ตว์ที่กินทั้งเนื้อและพืช
จากข้อจำกัดเหล่านี้ แมวจึงต้องการ อาหารที่อุดมด้
สุนัขกินอาหารแมวอันตรายหรือไม่ ?

การที่สุนัข (omnivore) กินอาหารแมว (ที่มีโปรตีนและไขมันสูงมาก) มีความไม่เหมาะสมในระยะยาวเนื่
ปริมาณโปรตีนสูงเกินจำเป็น อาจเพิ่
มภาระการเผาผลาญไนโตรเจนและการทำงานหนักของไต โดยเฉพาะในสุนัขที่มีปัญหาไต ความเข้มข้นของไขมัน อาหารแมวมักมีไขมันสูง ซึ่งอาจทำให้สุนัขได้รับพลังงานเกินความต้องการของร่างกาย (overnutrition) และเกิดภาวะอ้วนในสุนัข
สมดุลสารอาหารอื่น ๆ อาหารแมวอาจให้สารอาหารบางตัว (เช่น taurine, วิตามิน A, D) ในระดับที่ร่างกายแมวต้องการ แต่ไม่จำเป็นกับร่างกายสุนัข
ผลต่อระบบทางเดินอาหาร สุนัขอาจท้องเสียหรือปั
ญหาระบบทางเดินอาหารได้
แม้ปัจจุบันจะมีงานวิจัยมากมายเกี่ยวกั
- National Research Council (NRC). Nutrient Requirements of Dogs and Cats. National Academies Press, 2006.
- Zoran, D. L. (2002). “The carnivore connection to nutrition in cats.” Journal of the American Veterinary Medical Association, 221(11), 1559–1567.
- Plantinga, E. A., Bosch, G., & Hendriks, W. H. (2011). “Estimation of the dietary nutrient profile of free-roaming feral cats: Possible implications for nutrition of domestic cats.” British Journal of Nutrition, 106(S1), S35–S48.
แมวเป็นสัตว์กินเนื้อ
อาหารแมวที่โปรตีนสูงอันตรายหรือไม่?
แมวในธรรมชาติจะล่าเหยื่อ เช่น หนู หรือ นก ซึ่งมีสัดส่วนโปรตีนสูงถึง 50-60% ของพลังงานทั้งหมด (ME basis) ดังนั้น การที่ แมวเป็นสัตว์กินเนื้อ โดยธรรมชาติอยู่แล้ว กินอาหารที่มีโปรตี
อย่างไรก็ตาม สำหรับอาหารแมวที่มีระดับโปรตีนสูง เจ้าของจำเป็นต้องพิจารณาดูความแตกต่างของที่มาของแหล่งโปรตีนในอาหาร
1. แหล่งโปรตีนจากธรรมชาติ (Natural Animal Protein)
มาจากเนื้อสัตว์แท้ เช่น ไก่ ปลา หรือเนื้อวัว
ย่อยง่ายและมีกรดอะมิโนครบถ้วน
มีค่า biological value สูง ร่างกายดูดซึมและนำไปใช้ได้ดี
ไม่เป็นภาระต่อการทำงานของตับหรือไต ในแมวที่มีสุขภาพแข็งแรงปกติ (ไม่รวมแมวป่วยเป็นโรคไตหรือแมวแก่)
2. โปรตีนสังเคราะห์หรือโปรตีนคุณภาพต่ำ
ในอาหารเม็ดบางสูตรที่ “โปรตีนสูง” ใช้วัตถุดิบจาก by-products, gluten, หรือ plant protein isolate
โปรตีนจากพืช (เช่น ถั่วเหลือง ข้าวโพด) สำหรับร่างกายแมว มีความย่อยยากกว่าและมีกรดอะมิโนจำเป็นไม่
ครบถ้วน หากได้รับโปรตีนสังเคราะห์หรือโปรตีนคุณภาพต่ำต่อเป็นเวลานาน อาจทำให้แมวขาดกรดอะมิโนจำเป็น (เช่น Taurine) และเสี่ยงเป็นโรคหัวใจหรือโรคทางสายตา
ทำไมอาหารเม็ดของแมวบางสูตรถึงโปรตีนต่ำ?
เพื่อให้เหมาะกับแมวสูงวัยหรื
อแมวที่มีปัญหาโรคไต ที่จำเป็นต้องให้อาหารที่ช่วยลดภาระการทำงานของไตโดยลดระดับปริมาณโปรตีนในอาหาร บางแบรนด์ต้องการลดต้นทุนวัตถุดิบ เพราะวัตถุดิบอย่างเนื้อสัตว์มีราคาแพงกว่าโปรตีนสังเคราะห์หรือโปรตีนจากพืช และเพิ่มสัดส่วนคาร์โบไฮเดรตจากข้าว ข้าวโพด หรือแป้งเข้าไปแทน
อ้างอิง:
Laflamme, D. P. (2012). “Nutrition for aging cats and dogs and the importance of body condition.” Veterinary Clinics of North America: Small Animal Practice, 42(4), 769–787.
Backus, R. C. (2011). “Cat Nutrition and Metabolism.” Encyclopedia of Animal Science (Second Edition), 1, 189–194.
NRC (2006). Nutrient Requirements of Dogs and Cats.
แมวเป็นสัตว์กินเนื้อ
แมวกิน BARF ได้หรือไม่ ?
แมวเป็นสัตว์กินเนื้อ ที่จำเป็นต้องได้รับโปรตี
ข้อดีของอาหาร BARF (เมื่อจัดการอย่างถูกวิธี)
เป็นอาหารตามธรรมชาติของแมว แมวในธรรมชาติกินเนื้
อสดจากเหยื่อ ซึ่งให้สัดส่วนโปรตีนและไขมันที่ เหมาะสม เสริมสร้างกล้ามเนื้อและช่วยบำรุงขน โปรตีนคุณภาพสูงช่วยฟื้นฟูกล้
ามเนื้อและเส้นขนของแมวให้เงางาม ลดปัญหาคราบหินปูนและกลิ่นปาก การเคี้ยวเนื้อหรือกระดูกบดช่
วยทำความสะอาดฟันตามธรรมชาติ ช่วยการทำงานของระบบย่อยอาหารและระบบภูมิคุ้มกั
น เนื่องจากเอนไซม์และกรดอะมิโนจำเป็นหลายชนิดที่มีประโยชน์จากอาหารสดยังคงอยู่ (ซึ่งมักจะถูกทำลายไปในขั้นตอนการทำอาหารเม็ด)
แต่ การให้แมวกิน BARF จะปลอดภัยก็ต่อเมื่อ:
เลือกแบรนด์หรือแหล่งผลิตที่มีการควบคุมอุณหภูมิและควบคุมสุขอนามั
ยอย่างเข้มงวด เลือกวัตถุดิบที่ผ่านการตรวจเชื้อจุลชีพ (pathogen screening)
ไม่ปล่อยให้บาร์ฟละลายไว้นาน ควรละลายในตู้เย็น
อากาศประเทศไทยมีสภาพอากาศร้อนชื้น เชื้อจุลินทรีย์และแบคทีเรียต่างๆ เจริญเติบโตได้ง่าย ดังนั้นจึงไม่ควรทิ้งบาร์ฟไว้นอกตู้เย็นนานเกิน 30 นาที หากตั้งไว้แล้วแมวกินไม่หมดเกิน 30 นาที ควรทิ้งทันที อย่าเก็บไว้กินต่อ
- ห้ามเอาบาร์ฟไปอุ่นไมโครเวฟหรือทำให้สุกเด็ดขาด!!! เพราะร่างกายสุนัขและแมวไม่สามารถย่อยกระดูกสุกได้ และกระดูกที่ถูกทำให้สุกเวลาถูกเคี้ยว จะแตกเป็นชิ้นๆและมีความแหลมคม เสี่ยงบาดช่องปาก คอ หลอดอาหาร กระเพาะ และลำไส้ของน้องๆ ได้ ซึ่งอันตรายถึงตาย
สิ่งที่เจ้าของควรระวังในประเด็นของอาหารโปรตีนสูง คือ คุณภาพและแหล่งที่มาของโปรตีนในอาหาร
แมวเป็นสัตว์กินเนื้อโดยสมบูรณ์ (Obligate Carnivore) การได้รับโปรตีนจากเนื้อสัตว์คุ
แมวสามารถกินอาหารโปรตีนสูงได้
