การทำหมันลูกแมวตั้งแต่อายุน้อย ปลอดภัยและมีประโยชน์กว่าที่หลายคนคิด ลูกค้าหลายคนมักจะถามเราว่า “ทำหมันลูกแมวตอนอายุยังน้อยจะอันตรายมั้ย?” “น้องแมวตัวผู้ทำหมันเร็วจะเป็นนิ่วหรือท่อปัสสาวะตีบรึเปล่า?” ซึ่งเป็นคำถามที่ดีมากๆ เลยค่ะ และในฐานะบรีดเดอร์ที่เลี้ยงและดูแลแมวเบงกอลมาหลายปี เราอยากแบ่งปันข้อมูลจากทั้งประสบการณ์ตรงและหลักฐานจากสัตวแพทย์ให้ทุกคนสบายใจได้เลยว่า การทำหมันแมวตั้งแต่อายุยังน้อยนั้น ปลอดภัย มีประโยชน์ และไม่ได้เป็นสาเหตุที่ทำให้แมวเป็นนิ่วหรือท่อปัสสาวะตีบแน่นอนค่ะ ทำไมถึงแนะนำให้ทำหมันลูกแมวตั้งแต่อายุยังน้อย? ปัจจุบันการทำหมันลูกแมวตั้งแต่อายุน้อยเป็นเรื่องที่ได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลายทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็น สมาคมสัตวแพทย์ในสหรัฐฯ (American Veterinary Medical Association; AVMA) สมาคม FelineAVMA องค์กรแมวในอังกฤษ (The Cat Group, UK) รวมถึงสัตวแพทย์และโรงพยาบาลสัตว์หลายแห่งในประเทศไทย ต่างแนะนำให้ทำหมันแมวได้ตั้งแต่อายุประมาณ 4-5 เดือน หรือในบางกรณีถ้าลูกแมวมีสุขภาพร่างกายแข็งแรง น้ำหนักตามเกณฑ์ และค่าผลเลือดปกติ ก็สามารถทำได้ตั้งแต่อายุ 8-12 สัปดาห์ เพราะช่วงนี้เป็นช่วงที่ ลูกแมวยังไม่เข้าสู่วัยผสมพันธุ์ แผลผ่าตัดเล็ก ฟื้นตัวเร็ว เครียดน้อยกว่าแมวโต และจากผลการศึกษาจำนวนมากก็ยืนยันว่าการทำหมันแมว “ปลอดภัยเหมือนกันทุกช่วงวัย” ประโยชน์ของการทำหมันลูกแมว ช่วยลดความเสี่ยงมะเร็งเต้านมในแมวเพศเมีย ถ้าทำก่อนมีฮีตครั้งแรก จะลดโอกาสเป็นมะเร็งได้มากกว่า 90% (Overley et al.,Continue reading “ทำหมันลูกแมว ตั้งแต่อายุน้อยปลอดภัยและมีประโยชน์กว่าที่คิด”
Tag Archives: แมวเบงกอล
สุขภาพแมวเบงกอล โรค PRA-b และ PK-def
แมวเบงกอลเป็นแมวสายพันธุ์ที่มีความโดดเด่นทั้งรูปลักษณ์ที่สง่างามเหมือนเสือดาวตัวน้อยและนิสัยที่มีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว สำหรับใครที่กำลังสนใจเลี้ยงแมวเบงกอล ข้อมูลเกี่ยวกับ สุขภาพแมวเบงกอล โดยเฉพาะโรคพันธุกรรมในแมวเบงกอล ถือเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะ โรค PRA-b (ทำให้ตาบอดถาวร) และ PK-def (โรคโลหิตจางเรื้อรัง) ซึ่งสามารถถ่ายทอดสู่ลูกแมวได้แม้ว่าพ่อแม่พันธุ์จะไม่แสดงอาการ การตรวจพันธุกรรมแมว เพื่อคัดกรองแมวก่อนผสมพันธุ์จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อคัดกรองความเสี่ยงและปกป้อง สุขภาพแมวเบงกอลให้แข็งแรงปลอดภัยในระยะยาวและในรุ่นต่อไป 1. โรค Bengal Progressive Retinal Atrophy (PRA‑b) 1.1 โรค PRA-b คืออะไร PRA‑b เป็นโรคที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรมแบบ autosomal recessive ซึ่งทำให้เซลล์ photoreceptor ในจอประสาทตาเสื่อมและนำไปสู่การตาบอดในแมวเบงกอล 1.2 ลักษณะอาการ • เริ่มมีอาการทางประสาทตาเมื่ออายุประมาณ 7-9 สัปดาห์ และมักแสดงอาการทางคลินิกชัดเจนภายใน 8-20 สัปดาห์ • รูม่านตาขยาย ตาแวววาว (tapetal hyperreflectivity) เริ่มไม่สามารถมองเห็นในที่มืด และอาจแสดงพฤติกรรมที่ผิดปกติไปจากเดิม เช่น เดินชนสิ่งกีดขวางในเวลากลางคืนหรือบริเวณที่มีแสงน้อย 1.3Continue reading “สุขภาพแมวเบงกอล โรค PRA-b และ PK-def”
อยากเลี้ยงแมวแต่แพ้แมว ทำยังไง?
แพ้แมว แต่อยากเลี้ยงแมว ทำยังไงดี ??? สำหรับคนรักแมวที่มีอาการแพ้แมว หรือสมาชิกในครอบครัวเลี้ยงแมว การเลี้ยงแมวอาจดูเหมือนเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลย แต่หากมีการดูแลและจัดการที่เหมาะสม คุณก็สามารถอยู่ร่วมกับน้องแมวได้ บทความนี้จะแนะนำวิธีการจัดการกับอาการแพ้แมว พร้อมทั้งอ้างอิงงานวิจัยที่เกี่ยวข้องโดยหวังว่าจะช่วยให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้นนะคะ 1. เลือกสายพันธุ์น้องแมวที่ “ก่อภูมิแพ้น้อย” ถึงแม้ว่าจะไม่มีแมวสายพันธุ์ที่ไม่ก่อให้เกิดอาการภูมิแพ้เลย แต่แมวบางสายพันธุ์อาจผลิตสารก่อภูมิแพ้ Fel d 1 ได้น้อยกว่าสายพันธุ์อื่น หรือมีลักษณะขนที่ช่วยลดการแพร่กระจายของสารก่อภูมิแพ้ เช่น เบงกอล (Bengal cat) รัสเซียนบลู (Russian Blue) ไซบีเรียน (Siberian) บาลิเนส (Balinese cat) ออเรียนทัลช็อตแฮร์ (Oriental Shorthair) โดยงานวิจัยที่ตีพิมพ์ใน Clinical & Experimental Allergy (2010) พบว่าปริมาณของสารก่อภูมิแพ้ Fel d 1 ในแมวแต่ละตัวและแต่ละสายพันธุ์มีความแตกต่างกัน โดยในงานวิจัยนี้พบว่าแมวไซบีเรียนอาจผลิต Fel d 1 น้อยกว่าแมวสายพันธุ์อื่น (Buter et al.,Continue reading “อยากเลี้ยงแมวแต่แพ้แมว ทำยังไง?”
แมวเบงกอล (Bengal cat) ข้อมูลสายพันธุ์ นิสัย และการเลี้ยงดู
แมวเบงกอล (Bengal cat) เป็นสายพันธุ์แมวบ้านที่มีลักษณะโดดเด่นและสวยงามด้วยโครงสร้างและลวดลายที่คล้ายกับเสือดาวและแมวป่าชนิดต่างๆ นอกจากนี้ แมวเบงกอลยังเป็นที่รู้จักกันดีด้วยลักษณะนิสัยที่กระตือรือล้น ร่าเริง ฉลาด และพลังงานสูง ประวัติแมวเบงกอล แมวเบงกอลเป็นสายพันธุ์แมวบ้านที่มีลักษณะโครงสร้าง รูปร่าง และลวดลาย ที่คล้ายคลึงกับแมวป่า เป็นสายพันธุ์ที่ถูกพัฒนาขึ้นมาโดยการผสมข้ามสายพันธุ์ระหว่างแมวบ้าน (Domestic Cat) กับแมวดาว (Asian Leopard Cat, Prionailurus bengalensis) ต้นกำเนิดและการพัฒนา เริ่มต้นในปี 1960s: – นักพันธุศาสตร์ชาวอเมริกันชื่อ Jean Mill (เดิมชื่อ Jean Sugden) เป็นผู้ที่เริ่มโครงการพัฒนาแมวเบงกอล เธอได้ผสมแมวดาวกับแมวบ้าน – จุดประสงค์ในการผสมพันธุ์นี้เริ่มจากการพยายามสร้างแมวที่มีลวดลายสวยงามเหมือนแมวป่าแต่มีนิสัยเชื่องและเป็นมิตรแบบแมวบ้าน พัฒนาสายพันธุ์ในปี 1970s – 1980s: – ในปี 1975 Dr. Willard Centerwall จากมหาวิทยาลัย Loyola ได้ทำการผสมพันธุ์แมวดาวกับแมวบ้านเพื่อการศึกษาและพบว่าแมวลูกผสมนี้มีสุขภาพดี – Jean Mill ได้รับแมวลูกผสมจาก Dr.Continue reading “แมวเบงกอล (Bengal cat) ข้อมูลสายพันธุ์ นิสัย และการเลี้ยงดู”
Preauricular alopecia
แมวเบงกอลขนตรงหน้าบาง?!! ขนบางๆบริเวณพื้นที่ระหว่างใบหู คิ้วและตาของแมวเบงกอลคืออะไร? ผิดปกติมั้ย? วันนี้เราจะพาเพื่อนๆมารู้จักกับคำว่า Preauricular alopecia กันค่ะ ขนที่ขึ้นบางๆบริเวณระหว่างตา คิ้ว ไปจนถึงหน้าใบหูเป็นลักษณะ “ปกติ” ที่พบได้ทั่วไปในแมวรวมถึงแมวเบงกอล โดยลักษณะแบบนี้ ภาษาอังกฤษเรียกว่า “Preauricular alopecia” Preauricular alopecia จะเกิดขึ้นทั้งสองฝั่งซ้ายและขวาของหัวแมว ส่วนใหญ่จะเห็นได้ชัดในแมวที่มีขนสั้น ขนชั้นเดียว รวมถึงแมวสีเข้ม ส่วนในแมวขนยาว ขนหนา จะไม่ค่อยเห็น Preauricular alopecia เป็นลักษณะปกติของแมว “ไม่ใช่โรคผิวหนัง” และ “ไม่ใช่ภาวะติดเชื้อ” ดังนั้นไม่จำเป็นต้องรักษา อย่างไรก็ตามถ้าบริเวณดังกล่าวเจ้าของสังเกตว่าผิวหนังมีการอักเสบแดง มีตุ่มหรือผื่น มีสะเก็ดรังแค และแมวมีอาการคัน/เการ่วมด้วย อาจมีสาเหตุจากโรคผิวหนัง ควรพาไปพบสัตวแพทย์เพื่อตรวจผิวหนังโดยละเอียดและรักษาในขั้นต่อไป Reference:โรงพยาบาลสัตว์ คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่นChapter 9 – Hereditary, Congenital, and Acquired Alopecias, Editor(s): Keith A. Hnilica, Adam P. Patterson, Small Animal DermatologyContinue reading “Preauricular alopecia”
Smoke Bengal cats
แมวเบงกอลสีสโม้ค(Smoke Bengal cat) Smoke Bengals ว่าด้วยที่มาที่ไปของแมวเบงกอลเสือดำที่ผู้คนที่พบเห็นต่างเรียกว่า Black Panther Smoke Bengal cat หรือ แมวเบงกอลสีสโม้ค เป็นสีที่เกิดจากแมวเบงกอลสีซิลเวอร์(I/i หรือ I/I) ที่มียีน non-agouti(a/a) ทำให้เกิดเป็น Silver melanistic หรือศัพท์ที่ใช้ในวงการแมวเบงกอลเรียกว่า ‘Smoke’ เนื่องจากลักษณะสีพื้นที่เป็นสีเทาเงินคล้ายสีของควัน(Silvery white undercoat) ตัดกับมาร์กกิ้งลวดลายสีดำที่จะเห็นได้ชัดเมื่อทำมุมตกกระทบกับแสง นอกจากนี้สีขนบริเวณรอบดวงตา ปาก อก ท้องของแมวเบงกอลสีสโม้คจะมีสีเทา(Smoky grey) ในขณะที่ผิวหนังบริเวณขอบตา จมูก และขอบปากเป็นสีดำ Smoke Bengals แตกต่างจาก Black Bengals ตรงที่ Smoke Bengals มีที่มาจากแมวเบงกอลสีซิลเวอร์ ส่วน Black Bengals มีที่มาจากแมวเบงกอลสีน้ำตาล โดยที่แมวเบงกอลสี Black melanistic จะมีสีพื้นเป็นสีดำสนิท(Jet black as the ground color) อ้างอิง:Continue reading “Smoke Bengal cats”
ฮีทสโตรก (Heat stroke)ในแมว
ฮีทสโตรก สัญญาณอันตรายในหมาแมว ฮีทสโตรก (Heat Stroke) หรือโรคลมแดด เป็นภาวะที่ร่างกายของสัตว์ไม่สามารถระบายความร้อนออกจากร่างกายได้ทันท่วงที ทำให้อุณหภูมิร่างกายสูงขึ้นผิดปกติ โดยอุณหภูมิความร้อนในร่างกายที่สูงขึ้นจะส่งผลกระทบต่ออวัยวะภายในให้ทำงานผิดปกติและล้มเหลวในที่สุด (ลองนึกภาพว่าร่างกายของสัตว์เปรียบเหมือนหม้อต้มน้ำที่เดือดปุดๆและอวัยวะภายในที่ถูกต้มสุกดูสิ) ภาวะฮีทสโตรกเกิดขึ้นได้กับสัตว์ทุกชนิด โดยเฉพาะกับน้องหมาและแมวเนื่องจากลักษณะทางกายภาพของน้องมีต่อมเหงื่อเฉพาะบริเวณจมูกและฝ่าเท้า ไม่ได้ระบายความร้อนออกทางต่อมเหงื่อที่ผิวหนังเหมือนมนุษย์ เลยต้องอาศัยการหอบและหายใจเป็นหลัก ดังนั้นในกรณีที่ร่างกายระบายความร้อนไม่ทัน น้องก็จะเกิดภาวะฮีทสโตรก ฮีทสโตรกไม่ใช่ภาวะที่เกิดขึ้นปุบปับฉับพลัน แต่เกิดจากการที่ร่างกายของสัตว์มีการสะสมความร้อนอย่างต่อเนื่องและระบายออกไม่ทันและร่างกายเริ่มแสดงอาการออกมา (Heat exhaustion) ซึ่งหากไม่ได้รับการคูลดาวน์อุณหภูมิร่างกายโดยเร็วและปฐมพยาบาล อวัยวะภายในจะเริ่มล้มเหลวและเสียชีวิต อาการฮีทสโตรกในหมาแมว หอบ หายใจถี่ ลิ้นและปากเป็นสีชมพูเข้ม/แดง อาเจียน น้ำลายไหล ร่างกายอ่อนแรง ไม่มีแรงลุกหรือนั่ง รูม่านตาขยายกว้าง ชัก หมดสติ อุณหภูมิร่างกายปกติของหมาและแมวคือ 38.3-39.2°C และมีความเสี่ยงเกิดภาวะฮีทสโตรกเมื่ออุณหภูมิร่างกายแตะระดับ 40°C (เมื่ออุณหูมิร่างกายสูงถึงจุดหนึ่ง หมาแมวจะชักและหมดสติเข้าสู่อาการโคม่า ร่างกายน้องๆแต่ละตัวสามารถทนอุณหภูมิสูงได้ไม่เท่ากัน) การปฐมพยาบาลเบื้องต้นในหมาแมวที่เป็นฮีทสโตรก พาน้องมาอยู่ในพื้นที่ร่ม ที่มีอากาศถ่ายเท เปิดพัดลมเป่า ใช้ผ้าชุบน้ำธรรมดาเช็ดตามลำตัว อุ้งเท้า ท้อง ใบหู ขาหนีบ รักแร้ หรือแช่บริเวณลำตัวลงในอ่างน้ำเพื่อช่วยลดอุณหภูมิร่างกาย รีบพาน้องไปคลินิกหรือโรงพยาบาลสัตว์ใกล้บ้านเพื่อให้สัตวแพทย์รักษาในขั้นต่อไป ห้ามใช้น้ำแข็งหรือน้ำเย็นจัดมาอาบ เช็ด หรือจุ่มตัวเพื่อระบายความร้อน เพราะจะทำให้หลอดเลือดหดตัว ร่างกายระบายความร้อนได้แย่ลงContinue reading “ฮีทสโตรก (Heat stroke)ในแมว”
แมวเบงกอลมาเบิ้ล Marbled Bengal cats
แมวเบงกอลมาเบิ้ล(Marbled Bengal cat) ลายมาเบิ้ล (Marbled tabby)ในแมวเบงกอลเปรียบเหมือนงานศิลปะที่สร้างสรรค์โดยธรรมชาติ มีความเอกลักษณ์เฉพาะตัวเหมือนลายหินอ่อนหรืองานลาเต้อาร์ท เป็นลวดลายที่มีรูปร่างลักษณะหมุนวนแบบสุ่มทั่วลำตัวของแมว ประกอบกับโครงสร้างที่โดดเด่นของแมวเบงกอลทำให้ได้ทั้งความสวยแปลกตาแถมเท่อย่าบอกใคร ตามมาตรฐานสายพันธุ์แมวเบงกอลสากลระบุว่า ลวดลายของแมวเบงกอลถูกจำแนกออกเป็น 2 ประเภทหลัก ได้แก่ SPOTTED TABBY และ MARBLED ซึ่งเช่นเดียวกับ Spotted tabby ที่มีความหลากหลายในแง่ของขนาดวงเล็กใหญ่ ตำแหน่ง รูปร่าง และความเข้มของสีลาย Marbled เองก็มีความหลากหลายเช่นเดียวกัน ลายมาเบิ้ลในแมวเบงกอลเกิดขึ้นจากการพัฒนาสายพันธุ์แมวเบงกอลในยุคแรกๆที่มีการนำเอาแมว domestic tabby เข้ามาผสมในขั้นตอนพัฒนาสายพันธุ์ ทำให้ยีนมาเบิ้ลถูกส่งต่อมาจนถึงปัจจุบัน โดยที่ลายมาเบิ้ลคือลักษณะที่เกิดจากยีนด้อย(Recessive gene) จำเป็นต้องอาศัยคู่แอลลีลด้อยมาคู่กัน ลายมาเบิ้ลถึงจะเกิดขึ้นได้ นอกจากลักษณะลายที่สวยแปลกตาแล้ว ลาย Marble ของแมวเบงกอลยังมีพัฒนาการของลายที่ใช้เวลานานกว่าลายจะนิ่งหากเปรียบเทียบกับลาย Spotted tabby กล่าวคือลายมาเบิ้ลสามารถเปลี่ยนแปลงได้จนกระทั่งน้องแมวเบงกอลอายุ 2 ขวบเลยกว่าลายจะนิ่ง (ในแมวบางตัวอาจใช้เวลาน้อยกว่านั้น) นับเป็นอีกหนึ่งสเน่ห์ของ #ลูกแมวเบงกอล ลายมาเบิ้ล คือการที่เราได้เฝ้าดูพัฒนาการของสีขนและลวดลายของน้องที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดนั่นเอง บอกได้เลยว่าคุณพ่อคุณแม่ของเด็กๆมาเบิ้ลเตรียมตัวเซฟภาพรอดูพัฒนาการได้เลยค้าบบบFAQs คำถามที่พบบ่อย:1. พ่อมาเบิ้ล แม่มาเบิ้ล ลูกออกมาไม่ใช่มาเบิ้ลแต่เป็น Spotted tabby ได้มั้ย? =Continue reading “แมวเบงกอลมาเบิ้ล Marbled Bengal cats”
แมวตัวผู้หรือตัวเมียดี
เลี้ยงแมวตัวผู้หรือตัวเมียดี ? อีกหนึ่งคำถามยอดฮิตสำหรับผู้ที่กำลังตัดสินใจรับแมวเบงกอลมาเลี้ยง ความแตกต่างระหว่างแมวเบงกอลตัวผู้และตัวเมีย สามารถแบ่งออกเป็น ความแตกต่างเชิงกายภาพ และความแตกต่างทางบุคลิกภาพ ความแตกต่างเชิงกายภาพ ลักษณะโครงสร้างและรูปร่างระหว่างแมวเบงกอลตัวผู้และตัวเมีย เป็นสิ่งที่สามารถมองเห็นและบอกความแตกต่างได้ชัดเจน แมวเบงกอลตัวผู้จะมีโครงสร้างร่างกายที่ใหญ่กว่าแมวตัวเมีย กะโหลกศีรษะใหญ่กว่า รวมถึงมวลกล้ามเนื้อของร่างกายที่มีมากกว่า โดยน้ำหนักเฉลี่ยแมวเบงกอลตัวผู้เมื่อโตเต็มที่จะอยู่ที่ 6-8 กิโลกรัม ในขณะที่ตัวเมียน้ำหนักเฉลี่ย 3-5 กิโลกรัม ความแตกต่างเชิงบุคลิกภาพ บุคลิกภาพของแมวเบงกอล 1 ตัว ไม่ว่าจะเป็นเพศผู้หรือเพศเมีย เกิดจากการหล่อหลอมของ 3 องค์ประกอบ ได้แก่ สัญชาตญาณ พันธุกรรม และสภาพแวดล้อม 1. สัญชาตญาณ(Instinct) แมวเบงกอลเป็นแมวที่เต็มไปด้วยสัญชาตญาณ ซึ่งถูกส่งต่อมาตั้งแต่รุ่นบรรพบุรุษ สัญชาตญาณเป็นสิ่งที่ติดตัวแมวมาตั้งแต่เกิด เป็นพฤติกรรมหรือความรู้สึกที่กระทำได้เองโดยไม่มีต้องฝึกหรือสอน “สัญชาตญาณนักล่า” แมวทุกชนิดมีสัญชาตญาณนักล่าติดตัว แมวเบงกอลก็เช่นเดียวกัน ทำให้แมวเหล่านี้มีพฤติกรรมชอบล่าสัตว์เล็กทุกชนิดหรือให้ความสนใจกับทุกสิ่งที่เคลื่อนไหว การไล่จับนก หนู แมลงต่างๆ รวมถึงจิ้งจก เป็นพฤติกรรมที่เกิดจากสัญชาตญาณ และด้วยพฤติกรรมดังกล่าวเจ้าของพึงต้องระมัดระวังการได้รับเชื้อโรคและปรสิตที่สามารถปนเปื้อนมากับเหยื่อที่แมวของคุณไปล่ามา “ชอบเล่นน้ำ” เป็นพฤติกรรมตามสัญชาตญาณที่ค่อนข้างเป็นเอกลักษณ์ของแมวเบงกอล เนื่องจากแมวส่วนใหญ่ไม่ชอบเล่นน้ำ แต่แมวเบงกอลแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง โดยเฉพาะพฤติกรรมเอาเท้าจุ่มน้ำหรือใช้เท้ากวักน้ำขึ้นมาดื่ม พฤติกรรมเหล่านี้มาจากสัญชาตญาณของบรรพบุรุษแมวเบงกอลอย่างแมวดาว ที่เมื่ออาศัยอยู่ในธรรมชาติการกวักน้ำดื่มเป็นการช่วยปัดเอาฝุ่นรวมถึงเศษสิ่งสกปรกต่างๆออกจากผิวน้ำที่ตนกำลังดื่ม “ชอบอยู่ที่สูง” ไม่ว่าจะเป็นบนราวผ้าม่าน หลังตู้เย็น หลังตู้เก็บของ ยิ่งสูงยิ่งดี เป็นสัญชาตญาณอีกอย่างของแมวเบงกอลที่ถ่ายทอดมาจากบรรพบุรุษแมวป่า เนื่องจากในธรรมชาติแมวดาวมีพฤติกรรมอาศัยอยู่บนต้นไม้ กล่าวคือ การได้อยู่ในจุดที่สูงที่สุดทำให้แมวรู้สึกปลอดภัยและสามารถมองเห็นและรับรู้สิ่งต่างๆได้อย่างทั่วถึง ความแตกต่างของสัญชาตญาณระหว่างแมวเบงกอลตัวผู้และตัวเมีย ตัวผู้ (Male) แมวตัวผู้จะมีสัญชาตญาณของความเป็นจ่าฝูงมากกว่าตัวเมีย รวมถึงสัญชาตญาณการหาคู่เมื่อเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ ส่งผลให้แมวเบงกอลตัวผู้มีความกล้าและพร้อมจะเผชิญกับสิ่งใหม่ๆได้ดี เข้ากับสมาชิกในบ้านได้ง่ายและทั่วถึง รวมถึงมีอาณาเขตของตัวเอง อย่างไรก็ตาม หากไม่ได้รับการทำหมันแมวตัวผู้จะ “สเปรย์” หรือฉี่ตามจุดต่างๆเพื่อบอกอาณาเขตของตัวเองและเพื่อดึงดูดเพศตรงข้าม รวมถึงอาจมีพฤติกรรมก้าวร้าวได้ในช่วงหาคู่ ตัวเมีย (Female) โดยธรรมชาติสัตว์ตัวเมียจะถูกกำหนดให้มีความเป็นแม่ ซึ่งก็รวมถึงแมวเบงกอลตัวเมียด้วยเช่นกัน ทำให้แมวเบงกอลตัวเมียมีความตื่นตัวต่อสภาพแวดล้อมโดยรอบสูง และมักมีความผูกพันกับคนแบบเฉพาะเจาะจงหรือเลือกเจ้านาย แมวตัวเมียเมื่อเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์จะฮีทเพื่อหาคู่ผสม ส่วนใหญ่จะมีพฤติกรรมร้องโหยหวนเสียงดัง และในบางตัวจะ “สเปรย์” หากไม่ได้รับการทำหมันแมวตัวเมียมีโอกาสเสี่ยงเป็น “มดลูกอักเสบ” สูงซึ่งหากไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้องเป็นอันตรายถึงชีวิต 2. พันธุกรรม(Heredity) นิสัยหรือพฤติกรรมของแมวเบงกอลไม่ว่าจะเป็นแมวเบงกอลตัวผู้หรือตัวเมีย หากได้รับการส่งต่อจากสายเลือดที่ดี มีการคัดเลือกและบรีดพ่อแม่พันธุ์ที่นิสัยดี รุ่นลูกย่อมเป็นแบบเดียวกัน 3. สภาพแวดล้อม(Environment) ถึงแม้ว่าพันธุกรรมจะมีผลต่อการกำหนดบุคลิกภาพ สิ่งแวดล้อมรอบตัวแมวเป็นตัวแปรสำคัญที่ส่งผลให้เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในแมวทั้งตัวผู้และตัวเมียได้เช่นกัน การที่ลูกแมวเบงกอลเติบโตขึ้นมาในสภาพแวดล้อมที่อบอุ่น เต็มไปด้วยความรัก ผ่านกระบวนการฝึกการเข้าสังคม(Socialization) ไม่ถูกขังกรง จะทำให้แมวเบงกอลมีความมั่นใจในตัวเอง ปรับตัวเก่ง และไม่ก้าวร้าวContinue reading “แมวตัวผู้หรือตัวเมียดี”
Minileo White Phoenix
CH Minileo White Phoenix of SILVERSQUAD WCF(2023) BEST Adult Male shorthair BEST Opposite Sex Adult shorthair 7th place Adult Male Ring ALL BREED, Judge: Allan Raymond NOMBIS(Nominated for BEST IN SHOW) 3CAC Sire: Minileo Stevie Madness Dam: CH Batifoleurs Polly of Minileo Seal Mink Spotted Tabby DOB: 05/01/2022 PRA-b: N/N PK Def: N/N HCM: Normal(2022)
